.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ตอน 7

09-09-2011, 12:03 PM

วันนี้จะขอเล่าเรื่องเทวดา2องค์ ท่านมาสงเคราะห์ผม...แต่ก่อนจะเล่าให้อ่านขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาสักนิด เมื่อก่อนผมสงสัยว่าทำไมต้องละหมาด 5 เวลา วันๆไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว แต่ความเป็นจริงหรือไม่จริงไม่ทราบ การทำละหมาดเปรียบเสมือนการสวดมนต์ของพุทธศาสนาเพราะ การสวดมนต์สมาธิเราจดจ่ออยู่กับบทสวด ละหมาดสมาธิก็อยู่ในบทสวดเช่นกัน การยืน ก้ม นั่ง ในการละหมาด เปรียบเสมือนการเดินจงกรมของพุทธศาสนาสมาธิจะอยู่กับกริยาทางกาย เมื่อละหมาดเสร็จก็ขอดุอาต่ออัลเลาะห์ การขอดุอาก็เสมือนการแผ่เมตตาในทางพุทธ ขอความสันติสุขสันติต่างๆนาๆให้พี่น้องเรา

 

 

รวมความว่า หลักการเดียวกัน(หรือไม่) อันนี้ผมวิเคราะห์ของผมเองครับ ไม่มีใครบอกแต่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนี้ ตอนเด็กๆถูกสอนว่าให้ละหมาดแล้วได้บุญก็คิดว่าจะได้บุญยังไงตอนนี้ทราบแล้วครับว่าพลังบุญมาจากสมาธิ แต่ที่สงสัยมีอย่างเดียวคือมุสลิมเคยมีมุสลิมได้เข้านิพพานบ้างไหม อันนี้อยากรู้แต่คิดว่าสวรรค์หรือพรหมคงมีได้ไปกันเยอะแน่ เพราะส่วนมากทำดีไปสวรรค์แน่การนึกถึงพระเจ้าก็น่าจะได้ไปสวรรค์เช่นกัน

 

 

ส่วนพรหมนี่ผมว่ามีเยอะอย่างคุณทวดผมนี่ท่านรู้วันตายล่วงหน้า ก่อนตายท่านบอกกับปู่+ย่า+พ่อ+แม่+ญาติทุกคนว่า ท่านจะไปแล้วนะแล้วก็นอนหลับไปเลย ก็ไปพรหมแน่ แต่นิพพานนี่ไม่รู้จะมีไหมแล้วไว้จะถามพระท่านดู พูดถึงพระก็ขอซะอีกนิด พระเจ้าก็คือ พระ+เจ้า การนึกถึงพระเจ้าแล้วไปสวรรค์จริงแท้แน่นอนครับ

 

หลวงพ่อท่านบอกจิตสุดท้ายก่อนตายนึกถึงพระไปสวรรค์หมด ไม่ว่าจะทำเลวแค่ไหน คำสอนนี้สำคัญครับเพราะอะไร เพราะความเมตาและความรักที่หลวงพ่อท่านมีกับลูกหลานและศิษย์ของท่านไม่ต้องการให้ลงอเวจี อย่างเลวสุดให้มีสวรรค์เป็นที่ไปและมีนิพพานเป็นที่สุด

 

บทความนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวผมหากผู้ใดอ่านแล้วรู้สึกไม่ใช่ก็บอกได้นะครับ

 

ตอนนี้เห็นว่ามีท่านผู้สนใจอยากฝึกมโนมยิทธิกันมาก ก็อยากจะบอกครับว่าการที่คุณสนใจในการฝึกมโนมยิทธินั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นทางที่สามารถเข้านิพพานได้ง่ายที่สุด ผู้ฝึกใหม่ก็คงจะมึนๆงงๆ อยู่บ้างไม่เป็นไรไว้วันหน้าจะมาบอกเทคนิคที่จะทำให้ฝึกได้ง่ายๆ

ที่สำคัญเวลานี้ลูกหลานหลวงพ่อที่ต่างแดนหมายถึงต่างประเทศมีอยู่มากแต่ไม่รู้จะฝึกมโนมยิทธิยังไงก็คิดว่าอนาคตอันใกล้นี้น่าจะมีการฝึกข้ามโลกกันด้วยโปรแกรม Skype กัน

ก็มาเข้าเรื่องกันต่อครับ....เทวดามาสงเคราะห์หลายวาระ

 

เมื่อช่วงต้นปีเดือนมกราคม ผมไปฝึกมโนมยิทธิที่ ศุนย์พุทธศรัทธา สระบุรี ในวันนั้นก็ไปฝึกญาน8 ตอบถูกบ้างผิดบ้างเป็นปกติ ที่ว่าปกตินี่ไม่แปลกเพราะเราไม่ใช่พระอรหันต์ ในช่วงนั้นผมมีงานประมูลราชการที่กระทรวงนึ่ง ก็อยากจะได้งานมาทำ หลวงพ่อท่านบอกว่ามโนมยิทธิมีประโยชน์ในทางโลกและทางธรรม ก็เลยจะหัดใช้ทางโลกบ้างเพื่อเป็นการสงเคราะห์ตัวเองครอบครัวและบริวารให้มีเงินเลี้ยงสังขารในทางโลก ก่อนฝึกก็บอกกับอจ.ชนะว่า อาจารย์ผมอยากรู้ราคาที่ผมจะเสนองานประมูลให้ต่ำกว่าคนอื่นแล้วได้งานมานี่ได้มั้ยครับ(นี่ก็เป็นความเลวอีกอย่างของผมครับอยากได้อยากมี) อจ.ชนะท่านบอกเราไม่ควรใช้กำลังตัวเองหมายถึงญานเพราะมันอาจจะไม่ถูกต้องให้ถามพระ แต่การถามพระในเรื่องทางโลกก็ไม่เหมาะสม หลวงพ่อท่านเคยบอกว่าให้ถามเทวดาที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเราให้ท่านมาช่วยสงเคราะห์

 

บทสนทนาบางส่วนเท่าทีจำได้ครับเพราะการฝึกของผมไม่เคยต่ำกว่า2ชั่วโมงเรื่องราวมันเยอะครับก็เอาเป็นเรื่องหลักๆแล้วกัน

หลังจากกราบพระและฝึกญาน8เสร็จแต่ยังอยู่ระหว่างการฝึก

 

ครู:การที่เราจะนำเรื่องทางโลกที่มีผลประโยชน์กับเรามาถามพระก็จะไม่เหมาะสมให้ทูลถามพระพุทธเจ้านะว่ามีเทวดาที่เคยเป็นพ่อแม่เราหรือผู้มีพระคุณที่จะสงเคราะห์เราในเรื่องหน้าที่การงานมีไหม

ผม:มีครับท่านพยักหน้า

อจ.ขอบารมีพระพุทธเจ้าเชิญท่านผู้ที่สามารถสงเคราะห์เราได้มาพบ(ขณะนั้นผมอยู่ที่ วิมานผม)

ผม:มาแล้วครับ 2องค์

อจ.เกี่ยวเนื่องอะไรกับเรา

ผม:พ่อทั้งสองคนครับ

อจ:กราบท่านนะ

ผม:ตอนนี้กายในผมเข้าไปกอดขาท่านแล้วก็กราบ

อจ.ถามชื่อท่านซิท่านชื่ออะไร

ผม:ขณะนั้นคิดว่าเอาเข้าแล้ว ตั้งแต่ฝึกมายังไม่เคยถามชื่อเลย ตอนนั้นจิดตกมานิดนึง

แล้วรวบรวมกำลังใจคิดว่ารู้สึกอย่างไรก็ตอบไปอย่างนั้นถูกผิดช่างมัน ผมก็ถามท่าน

แรกท่านตอบว่า ท้าวเสนาบดี

อจ.อีกท่านละ

ผม:ท้าวอินทรชิต (เอาเข้านั่นตอนนั้นคิดว่าชื่อพวกนี้คิดไปเองหรือเปล่า)

อจ.ให้ถามท่านนะว่าสามารถสงเคราะห์เราเรื่องงานได้ไหม

ผม:ได้ครับ

อจ.จากนี้เวลาจะให้ท่านสงเคราะห์ก็นึกถึงท่าน

ผม:ครับ

อจ.กราบลาท่านซะและก็กราบลาพระด้วย จากนั้นก็แผ่เมตตา

 

ทุกครั้งที่ผมฝึกมโนมยิทธิถ้าเจอคำถาม แบบเจาะลึกประเภทระบุชื่อหรือเรื่องราวแบบละเอียดต้องใช้กำลังสมาธิมาก ผมมักใช้กำลังของตัวเองเวลาเผลอ อจ.ชนะท่านมักจะเตือนเสมอว่าให้ขอบารมีพระทุกครั้ง หากย้อนไปอ่านการฝึกของผม ท่านจะให้ขอบารมีพระตลอด นี่เป็นความโง่ทียังมีอยู่มากของผม

 

อีกประการหนึ่งคือ อจ.ชนะท่านบอกว่าให้เลิกสงสัยได้แล้วการฝึกมโนมยิทธินั้นเราอยู่ในสมาธินั่นคือเรามีสติครบถ้วน ให้เชื่อในสิ่งที่เห็นอย่าได้สงสัย ถ้าสงสัยผิดทันที ทุกคนจำให้ดีนะครับ

 

 

หลังจากนั้นวันที่ประมูลงานมาถึงก็ลองเลยครับ ขอขยายความเกี่ยวกับการประมูลเพื่อให้คิดตามได้และเข้าใจในสิ่งที่ผมจะเล่า เป็นการประมูลที่เรียกว่าวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เขาจะให้ผู้เข้าประมูลเข้าไปนั่งในห้องที่จัดไว้มีคอมพิวเตอร์1เครื่องและจะงดใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเขาจะยึดไว้จนกว่าจะประมูลเสร็จ จะมีคนของหน่วยงานเข้ามานั่งควบคุมการเสนอราคาของเรา เวลาประมูลก็ให้ใส่ราคาที่เราต้องการจะเสนอ เช่น งบจัดซื้อ 1,000,000 บาท ก็ต้องเสนอไม่เกินราคางบ จะเสนอกี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัดครั้งลดราคาทีละเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่เรา มีเวลา 30 นาที 25นาทีแรกราคาของใครต่ำสุดจะมีรูปค้อนโชว์หน้าจอคอมของเรา จากนั้น5นาทีสุดท้ายค้อนจะหายไปก็เท่ากับว่าฟันราคาตายกันไปข้างนึง

 

 

พอได้เวลาประมูลผมทำต้นทุนไว้แล้ว งบ2,550,000 บาท ต้นทุนอยู่ที่ 1,580,000

 

ผมกำหนดจิตถามท่านพ่อทั้ง2 ท่านบอกว่าถ้าลูกอยากทำงานนี้ไห้เสนอราคา 1,700,000 ตอนนั้นผมคิดแย้งท่านทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ครับไม่มีใครเสนอต่ำแบบนี้แน่ราคานี้ทำไม่ได้ไหนจะดอกเบี้ย ภาษี กว่าเงินจะออกอีก ตายๆๆจากนั้นออกจากสมาธิแล้วเริ่มประมูล ราคาสุดท้ายที่ผมเสนอคือ 1,980,000 บาท

ผมไม่ได้งานครับได้อันดับที่ 2 ผู้ชนะเสนอที่ 1,750,000 ราคานี้ผมทำไม่ได้จริงๆไม่เหลืออะไร ผลออกมาก็งงครับ เป็นไปได้ยังไง นั่นเป็นครั้งแรกครับ

 

 

ส่วนครั้งที่ 2 เป็นงานที่เชียงรายงบประมาณ 5ล้านกว่า ผมอยากได้งานนี้มากครับทุุนอยู่ ราวๆ 2.5ล้านเหลือไว้สู้ราคากันราว3ล้านเศษ ผมกำหนดจิตถามพ่อครับบอกพ่อว่าอยากทำ ท่านบอกว่าลูกจะสู้เขาไม่ได้นะโรงงานเค้าต้นทุนถูกกว่า ด้วยความดื้อผมบอกท่านว่าโรงงานเขาใหญ่กว่าผมคนงานเยอะกว่าแต่ผมว่าตรงนั้นค่าใช้จ่ายเค้าเยอะกว่าผมแน่

 

นั่นเถียงเทวดาเอาสิดูความเลวผมเป็นตัวอย่าง ผมตั้งใจว่าจะประมูลที่ 3.5ล้านท่านพ่อบอกว่า3.2 ลูกถึงจะได้งาน ตอนนั้นผมคิดว่าเสียดาย 3แสน และราคานี้สู้ผมไม่ได้แน่ๆ

สุดท้ายท่านก็ถูกอีก ผมได้อันดับที่ 2 อีกแล้ว

 

 

ครั้งที่3 ของการช่วยเหลือของเทวดาครั้งนี้ผมจะเชื่อท่านสักครั้ง คราวนี้เป็นของรพ.แห่งนึงในกรุงเทพ งบ 6.3ล้าน ทุน 2.2ล้าน เค้าตั้งงบมาเยอะมากจริงๆวันนี้ผมไม่ทำราคาไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเถียงกับเทวดา ไอ้ผมมันประเภทดื้อหัวชนฝาจริงๆ เมื่อถึงเวลาผมกำหนดจิตถามท่าน ความจริงท่านเมตตาผมจริงๆครับท่านบอก2ครั้ง ไม่เชื่อแถมยังเถียงท่านแล้วยังหน้าด้านมาถามท่านอีก แต่คราวนี้ผมตั้งใจจะเชื่อท่านสักครั้ง ท่านบอกว่าถ้าลูกจะทำงานนี้ให้เสนอที่ 3,050,000 เอาอีกแล้วเทวดานี่จะเล่นผมขาดทุนยับอีกแล้ว งบตั้งเยอะใครมันจะฟันราคาลงขนาดนี้ ผมก็ยังสันดานเดิมเถียงท่านอีก แต่ก็เอาวะลองดูสักตั้ง ผมเสนอราคาตามที่พ่อผมบอกครับได้งานมาตามนั้นจริงๆ

 

 

สุดๆๆไปเลยพ่อผม ราคาผมถูกกว่าอันดับที่ 2 เพียง 20,000 บาท สุดๆจริงๆครับ

นี่เป็นการยืนยันคำสอนของหลวงพ่อได้อย่างชัดเจนที่ว่า การโกหกมีแต่ในโลกมนุษย์เท่านั้น เทวดาท่านไม่โกหก หลายท่านที่อ่านตอนนี้อาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่ผมเล่าไม่เป็นไรครับ อ่านเป็นนิทานสนุกๆก็แล้วกัน

 

เรื่องที่นำมาเล่าให้อ่านนี้ไม่ได้เป็นการอวดร่ำอวดรวยแต่ประการใด ความจริงนั้นผมไม่มีทุนเป็นของตัวเองแต่มีนายทุนให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังและคอยสนับสนุนเงินทุนให้ครับ

 

 

หลังจากนั้นก็ทำเทวดาท่านเหนื่อยเรื่อยมาบางทีก็เกรงใจท่าน ผมเล่นถามท่านซะทุกอย่างทุกเรื่อง ท่านคงหนักใจพอสมควร (จะเปลี่ยนใจไม่ช่วยก็ไม่ได้แล้ว) มาช่วงหลังไม่รู้จะตอบแทนความดี ความเมตตาของท่านที่มีต่อผมอย่างไร คงหนี้ไม่พ้นทำบุญแล้วให้ท่านมาร่วมโมทนาบุญ และอีกไม่นานนี้ก็จะชวนท่านร่วมสร้างบุญใหญ่ต่อไป

view