.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ก่อนนอนสมาทานศีลได้หรือไม่ : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

ก่อนนอนสมาทานศีลได้หรือไม่ : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

ญาติโยมทั้งหลาย วันนี้เป็นวันที่สอง เมื่อคืนนี้ป่วยมาก พูดแล้วฉันไม่รู้เรื่องเลย วันนี้ขอแก้ตัวใหม่ ก็เป็นอันยืนยันว่าวันนี้เป็นวันที่ ๒ ของเดือน มีนาคม ซึ่งการแนะนำก็ขอแนะนำตั้งแต่เบื้องต้น ความจริงเบื้องต้นนี้สำคัญ

เบื้อง ต้นจริงๆ ก็คือศีล เรื่องศีลเป็นเรื่องใหญ่ของการเจริญสมาธิ ตามพระบาลีท่านบอกว่าถ้าศีลบริสุทธิ์ สมาธิก็ตั้งมั่น ถ้าสมาธิตั้งมั่น ปัญญาก็เกิด

ฉะนั้นการเจริญสมาธิก็ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทถ้าต้องการ ให้มีการทรงตัวจริงๆก็ต้องทรงศีลบริสุทธิ์ แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่าพอมานั่งที่นี่ศีลบริสุทธิ์ พอกลับไปบ้านเราบริสุทธิ์ แต่ศีลไม่บริสุทธิ์ ศีลนอกคอก ไม่จำสถานที่

ถ้าหากว่าศีลบริสุทธิ์ บ้างไม่บริสุทธิ์บ้าง การเจริญกรรมฐานจะเป็นอย่างไร ก็ต้องตอบว่า ถ้าบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทไม่ละทุกวัน มีผลแน่นอน 

ตอนเช้าตื่นขึ้น มาใหม่ๆ ศีลยังบริสุทธิ์ ยังไม่ได้ด่าใคร ด่านี่ศีลไม่ขาด แต่ศีลเศร้าหมอง เศร้าหมองก็ลงอบายภูมิได้ แต่ยังไม่ได้ด่าใคร ตื่นขึ้นเช้าจับลมหายใจเข้าออก หายใจเช้านึกว่า พุธ หายใจออกนึกว่า โธ นึกถึงบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ถ้าท่านที่ได้มโน มยิทธิแล้ว พอตื่นขึ้นมาศีลยังบริสุทธิ์ มีความมั่นใจในตัวเอง ก็รวบรวมกำลังใจพุ่งไปที่พระพุทธเจ้าทันที คือไปที่นิพพานอย่างนี้ได้เปรียบมาก ถ้าไปนิพพานทุกวัน เวลาตายมันจะไปที่นั่น พุ่งไปที่นิพพานไปไหว้พระพุทธเจ้า จิตจะบริสุทธิ์ อารมณ์จะบริสุทธิ์ ไหว้พระพุทธเจ้าแล้วก็คิดตัดสินใจว่า ถ้าร่างกายพังเมื่อไหร่ขอมาที่นี่แห่งเดียว แล้วก็กลับลงมา ถ้าเจอหน้ายกทรงก็ด่าเลย ช่างมันเราดีแล้ว

คำว่าเราดีแล้ว หมายความว่าตอนั้นเราดีแล้ว ความดีมันทรงตัว แล้วมาตอนหลังถ้าจิตมันมัวหมอง ศีลบริสุทธิ์บ้างไม่บริสุทธิ์บ้าง มันก็เป็นเรื่งอเศร้าหมองของอารมณ์ แต่อารมณ์ดีมันไม่ได้สลายตัว ความดีมันจะขังตัว ความชั่วนันก็ขังตัว

คนเกิดมารับกรรม ๒ อย่าง
ที่ พระพุทธเจ้าบอกว่า คนเราเกิดมาแล้วต้องรับเศษกฎของกรรมทั้ง ๒ อย่าง คือ ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว คือความดีที่ติดใจเรามา มันให้ผลคือความสุข มีทรัพย์สินกินบ้าง มีผ้าผ่อนท่อนสไบใช้บ้าง มีเงินทองใช้บ้าง มีบ้านอยู่บ้าง นี่เป็นผลของความดี แต่ความทุกข์ต่างๆ ที่มีอยู่กับเราในเวลานั้น ก็เป็นผลของความชั่ว

แต่ว่าเรามุ่งจับ ความดีขั้นสูงคือพระนิพพานไว้ และถ้าหากว่าญาติโยมที่ไม่ได้มโนมยิทธิทำอย่างไร เสียท่าเขาสิ แต่ไม่เป็นไร ก็รวมความว่าถ้าหากไม่ได้มโนมยิทธิก็ตัดสินใจอย่างเดียวกัน นึกถึงพระพุทธเจ้าว่าพระพุทธเจ้าท่านดีกว่าเราเหลือหลาย ท่านเป็นลูกกษัตริย์ ท่านมีความเป็นอยู่เป็นสุข แต่ยังเห็นว่าความมีชีวิตอยู่เป็ฯทุกข์ เวลานี้ท่านไปนิพพาน

ตอนนี้ เราขอตัดสินใจว่า ในฐานะที่เราเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ในเมื่อพระพุทธเจ้าไปนิพพานแล้ว เราตายเมื่อไหร่ขอไปนิพพานเมื่อนั้น แล้วภาวนาว่าพุทโธ

ถ้าทำอย่างนี้ทุกวัน ขอยืนยันว่าไปแน่ ลงทุนนิดหน่อยแต่อย่าลืมว่ามันเป็นเพชรแบบราคาแพง ฉะนั้นขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ถ้าทุกคนหวังจะไปพระนิพพาน ก็ตั้งใจคิดว่า เวลาตื่นใหม่ๆ ศีลบริสุทธิ์นะ อีตอนตื่นใหม่ๆ นี่เอากำไรไว้ให้ได้ เพราะสภาพจิตมันจะมีสภาพจำ

การลงทุนอย่างนี้ พอตื่นใหม่ๆ ปั๊บกำลังใจทรงตัวดี ไม่ต้องล้างหน้าก็ได้ ไม่จำเป็นหรอก จิตใจกำลังเป็นสุข นอนแบบนั้นไม่ต้องลุกก็ได้ อยากลุกก็ลุก ไม่อยากลุกก็นอน รวบรวมกำลังใจจับลมหายใจเข้าออก เอาเดี๋ยวเดียว หายใจเข้าหายใจออกนิดหนึ่ง หายใจเข้าภาวนาว่า พุท หายใจออกภาวนาว่า โธ ก็ได้ หรือว่าจะภาวนาอย่างไรก็ได้ พอจิตสบายๆ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องให้มันตึง

พอเริ่มจิตเป็นสุขก็รวบรวมกำลังใจ ท่านที่ไม่ได้มโนมยิทธิ คิดในใจว่าขึ้นชื่อความเกิดมีในเบื้องต้นแล้ว ก็มีความแปรปรวนไปในท่ามกลาง คือแก่ทุกวัน แล้วก็ตายในที่สุด ยังไงเราก็ตาย ในเมื่อร่างกายตายให้มันตายอยู่ตรงนี้ จิตของเราคืออทิสมานกายจะขอไปนิพพาน ตามพระพุทธเจ้า เอาแค่นี้ เอาให้มันแน่นอนเลยนะ เอาให้มั่นคง

แต่ในฐานะที่เราไม่แน่ใจว่าบารมี เราจะถึงนิพพานในชาตินี้หรือไม่ ก็ตัดสินใจต่อไปอีกนิดหนึ่ง อธิษฐานต่อไปอีกหน่อยว่า ถ้าหากบุญบารมียังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด เกิดชาติใดก็ตามที เราไม่ต้องการรวยมาก เอาแค่พอๆ กับท่านเมณฑกเศรษฐีก็พอ คือว่าถ้าเป็นอย่างคนอื่นมันรู้สึกว่ามาก นับโกฎิก็ไม่ได้ นับร้อยโกฎิก็ไม่ได้ นับยังไงก็นับไม่ได้มันเยอะ ก็เลยไม่รู้สึกว่ามาก

ถ้าตั้งใจตามนี้จริงๆ ทุกคนได้นะ อย่าลืมว่าทุกคนมีสังฆทานเป็นพื้นฐานนะ นี่เรื่องใหญ่จริงๆ สังฆทานนี่เป็นพื้นฐานของมหาเศรษฐี เราก็ต้องกันกันไว้ ถ้าทานบารมีเราเต็มอย่างอื่นก็เต็มด้วย ถ้าทานบารมีบังเอิญยังไม่เต็ม อย่างอื่นอาจจะพร่อง มันอาจจะต้องเกิด ถ้าเราจะเกิดก็ควรจะเลือกเกิดที่มันไม่ลำบากมากนัก อย่างนี้เลือกได้แน่ ถ้าโง่ก็เลือกไม่ได้ แต่เรามีกำลังพอที่เราจะเลือกได้แล้วนี่ สังฆทานคนละกี่ครั้งล่ะที่นั่งอยู่นี่ เฉพาะมาครั้งเดียวก็หลายครั้ง แล้วมากี่เที่ยว กี่เที่ยวของเขาบุญบารมีเหลือหาย


ถ้าเราหวังพระนิพพาน

ตอน นี้ถ้าเราหวังนิพพาน นิพพานก็ต้องตั้งใจไว้ ถ้าบุญบารมีไม่เกินวิสัยจะไปได้ ขอไปชาตินี้ นี่สำหรับท่านที่ได้มโนมยิทธิตั้งใจจับรูปพระพุทธเจ้าตรง แล้วไปนิพพานเลย พอถึงนิพพานก็ตัดสินใจว่า ถ้าร่างกายตายเมื่อไหร่ขอมาที่นี่แห่งเดียว เพียงเท่านี้บรรดาท่านพุทธบริษัทคิดทุกวันนะ อย่าลืมนะ ถ้าจะให้ดีก็ก่อนหลับก็สมาทานศีลพร้อมกับปฏิญาณตนว่า เวลาหลับจะรักษาศีลอย่างเคร่งครัดไม่ให้ศีลขาด (หัวเราะ)

พระพุทธเจ้าบอก “สัจจัง เว อมตะ วาจา. วาจาสัตย์เป็นวาจาไม่ตาย ของจริง”
ฉันพูดให้ทุกคนบริสุทธิ์ในศีลเวลาหลับ แต่ว่าไม่ได้นะ บางทีหลับฝันไปอยากตีปราสาทนี่ บาปนะ


ต้องใช้ปัญญาควบคู่สมาธิ

รวม ความว่าก่อนจะหลับก็ทบทวนอารมณ์ว่าตั้งแต่เช้าถึงเวลานี้อารมณ์เราเสียตรง ไหนบ้าง กรรมฐานแท้เขาทำกันอย่างนี้นะ ที่ฉันทำมาฉันก็ทำอย่างนี้

เมื่อ ก่อนนี้ให้ภาวนาอย่างเดียว หลวงพ่อปานท่านบอกว่า มึงแดกภาวนาอย่างเดียวไม่อิ่มหรอก ท่านพูดไพเราะมากฌพาะฉันนะ คนอื่นท่านพูดเรียบ คือพิเศษกับอีกสองตัว ไอ้ลิงสามลิงนี่ไม่ใช่คน แต่นอกนั้นท่านพูดดีนะ ไอ้สามคนนี่เอาหนัก

มีวันหนึ่งไปถามท่านว่า หลวงพ่อครับองค์อื่นทำไมไม่พูดอย่างผม
ท่านบอก องค์อื่นไม่เหมือนมึงนี่หว่า
ก็ถามท่านว่าทำไม
ท่านบอก ก็พระที่บ้าที่สุดมีมึงสามองค์ มีมึงสามคนที่บ้าที่สุด ที่กูต้องค่อยๆ เหย้า ค่อยคะยอ ดึงกลับ ไม่งั้นเร่งรัดจัดเกินไป

ก็รวมความว่าเวลาเจริญกรรมฐานจริงๆ เราต้องใช้แบบนี้ เอาแต่สมาธิอย่างเดียวเรายังขาดทุนเสียท่าเขา ขาดปัญญา

ตัวปัญญานี่ต้องใช้ทั้งวัน แต่ไม่นำเป็นต้องบังคับว่าทั้งวันต้องคิดนะ เวลาทำงานทำการอยู่ก็ตามอะไรก็ตามช่างเถอะ เห็นคนปั๊บ นึกว่าคนนี้เขาเป็นผู้หญิง คนนี้เขาเป็นผู้ชาย เป็นอะไรก็ตาม ตามเรื่องของใจมัน


คนทุกคนมีความทุกข์

แต่ว่าพอนึกขึ้นมา ได้ว่า คนที่เดินไปเดินมานี่เขามีทุกข์นะ ถ้าเขาไม่ทุกข์ เขาไม่ต้องเดินไป ไม่ต้องเดินมา ไปเจอตามร้านค้าต่างๆ ก็บอดว่าร้านค้าทุกร้านนี่มีทุกข์ เพราะนั่งคอยคนมาซื้อของ นี่ก็มีทุกข์เพราะว่าวันนี้จะมีใครมาซื้อของไหม นี่เขามีทุกข์ ก็รวมความว่าคนทุกคนที่เกิดมาในโลกมีความทุกข์ ไม่มีความสุข ทุกข์จนกว่าจะตาย

ถ้าเรายังจะเกิดต่อไปเราก็ต้องทุกข์อย่างนี้ เราขอมีความเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บางครั้งก็คิด บางครั้งก็ไม่คิดก็ช่างมันเถอะ เวลาไหนคิดได้เอาตามนั้นนะ เอาแบบท่านจูฬปันถกก็แล้วกัน


พระธรรมเทศนา และ คำสอน ของ หลวงพ่อ พระมหาวีระ ถาวโร ( หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ )

view