.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

วิธีอาราธนาหลวงพ่ออุปคุต(มารับบาตร)

วิธีอาราธนาหลวงพ่ออุปคุต(มารับบาตร)

วิธีอาราธนาหลวงพ่ออุปคุต(มารับบาตร)



โดย "มาลินี โชติเลขา"



ข้าพเจ้ากับคุณพ่อสุวรรณ คุณแม่จันทนา วีระพล และน้องๆ ได้มีโอกาสมากราบหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หลังจากข้าพเจ้าได้รับหนังสือ "ประวัติหลวงพ่อปาน" มาเล่มหนึ่งจากสามี(เพื่อนของสามีให้มา) หลังจากอ่านเกิดความเลื่อมใสในหลวงพ่อ "ฤๅษีลิงดำ" มากจึงส่งต่อให้น้องสาวอ่าน ก็มีอาการเดียวกัน ได้เล่าให้คุณพ่อสุวรรณและคุณแม่จันทนาฟัง ก็เกิดอาการเดียวกัน ทุกคนอยากจะกราบหลวงพ่อมาก จึงเพียรเสาะหาว่าหลวงพ่อองค์นี้อยู่ที่ไหน



ในที่สุดอ่านเจอจากหนังสือสกุลไทยว่าหลวงพ่อมาอยู่ที่บ้านซอยลมข้าพเจ้าพร้อมด้วยคุณพ่อสุวรรณ คุณแม่จันทนาและน้องๆ ได้มากราบหลวงพ่อพระราชพรหมยานสมความปรารถนา ที่บ้านซอยสายลมในปีเดียวกันนั้นเอง ข้าพเจ้าและทุกคนปลื้มใจ สุขใจเกิดปีติมากจนพูดไม่ถูกบรรยายไม่ได้ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะพบกันครั้งแรก และในวันนั้นเอง พวกเราทั้งคณะได้ร่วมทำบุญกับหลวงพ่อ 



หลวงพ่อเมตตาให้พรเป็นภาษาบาลีเสียยาว เสร็จแล้วท่านพูดว่า เออ! กลุ่มนี้สีขาวแล้วนะ ข้าพเจ้าอยากถามหลวงพ่อเหลือเกินว่าท่านหมายความว่าอะไร แต่ไม่กล้าถามท่าน ได้แต่ยิ้ม เพราะยังไม่เคยรู้จักท่าน เพิ่งจะเจอท่านครั้งแรก แต่พวกเราดีใจว่าท่านบอกว่าเราขาวแล้ว แสดงว่าใช้ได้(คิดเอาเอง) ถ้าบอกว่าดำคงต้องคิดหนัก เวลานั้นคุณพ่อสุวรรณได้นิมนต์หลวงพ่อไปฉันเพลที่บ้านทันที ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งหลวงพ่อท่านเมตตารับนิมนต์ พวกเราทุกคนซาบซึ้งในความเมตตาของหลวงพ่อมาก ตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรก จนถึงท่านมรณภาพไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ความเมตตาของท่านไม่เปลี่ยนแปลงนับเป็นโชคดีมหาศาลของพวกเราที่ได้มาพบเจอท่าน และศึกษาธรรมะจากท่าน



หลังจากวันนั้น ข้าพเจ้าและครอบครัวจะมากราบท่านทุกเดือนเป็นประจำมิได้ขาดและมีโอกาสร่วมสร้างบุญสร้างกุศลร่วมกับหลวงพ่อตลอด ซึ่งเป็นโชคดีมหาศาลของพวกเรา



หลวงพ่อเมตตาแนะนำพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแบบง่ายๆ ให้เราเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ท่านสอนให้เห็นทุกข์ของการเกิด ความไม่เป็นแก่นสารของสรรพสิ่งในโลกนี้ ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง หลวงพ่อแนะนำให้เราปฏิบัติให้หลุดพ้นเข้านิพพานในชาตินี้ คุณแม่จันทนาซาบซึ้งมาก แม้จะพูดภาษาไทยได้นิดหน่อยก็พยายามปฏิบัติตามตลอดเวลา จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต



ประมาณปี พศ. ๒๕๓๕ ข้าพเจ้าได้มากราบหลวงพ่อที่บ้านสายลมตามปกติ และนั่งสนทนากับคุณลุงปรุง ตุงคมณี อดีตกงศุลใหญ่ประจำฮ่องกง ในตอนหลังลุงปรุงเล่าว่า ท่านมีวิธีนิมนต์หลวงพ่ออุปคุตมารับบาตร ข้าพเจ้าฟังแล้วตื่นเต้น ก็ขอจดตำราไว้ก่อน เผื่อจะทำพิธีขอนิมนต์บ้าง ดังนี้....



วิธีอาราธนาหลวงพ่ออุปคุต

วันขึ้น ๑๒ ค่ำ ตอนหัวค่ำให้จุดธูป ๓ ดอก ปักที่สนามหญ้าหน้าบ้าน แล้วอธิษฐานขออาราธนาพระมหาเถระอุปคุตมารับบาตรในเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำที่จะถึงนี้



วันหนึ่งลูกชายของข้าพเจ้า ซึ่งเวลานั้นบวชเป็นพระอยู่ที่วัดท่าซุง โทรศัพท์มาหาข้าพเจ้าที่บ้าน ถามว่าโยมแม่ได้ลองทำพิธีมนต์หลวงพ่ออุปคุตมารับบาตรหรือยัง ให้ลองดู ข้าพเจ้าก็เลยไปทำพิธีตามที่ได้จดไว้



เช้าวันที่จะใส่บาตรหลวงพ่ออุปคุต ข้าพเจ้าจัดแจงเอาอาหารไปรอที่หน้าบ้าน ปกติแถวบ้านมีพระจากวัดใหล้ๆ มารับบาตรเหมือนกันประมาณ ๒ องค์ เท่าที่เคยเห็น จะมารับบาตรประมาณ ๖.๐๐ น.เศษ ซึ่งข้าพเจ้าได้ใส่บาตร ๒ องค์แล้ว แต่จัดอีกชุดต่างหากเฉพาะใส่บาตรหลวงพ่ออุปคุต จึงยืนรอไปเรื่อย ไม่มีพระมาอีกเลย



จนกระทั่งเวลาประมาณ ๘.๐๐ น. ลูกชาย(สึกจากพระแล้ว) บอกให้ข้าพเจ้าเข้าบ้านได้แล้ว เพราะสายแล้ว ท่านคงไม่มาหรอก ส่วนข้าพเจ้ายังใจจ่อจดอยู่ ยังไม่อยากเข้าบ้าน จึงรีๆ รอๆ อยู่อีกสักครู่ จึงเดินไปที่ถนนหน้าบ้านซึ่งเป็นทางยาว มองซ้ายมองขวาไม่มีใครเดินมาเลยย จึงเดินเข้าบ้านตรงประตูเล็กตรงรั้วบ้าน 



พอหันกลับจะปิดประตูเล็ก มีพระองค์หนึ่งมายืนอยู่ตรงประตู ถือบาตรและมีดอกบัวสีชมพู ๑ ดอก องค์ท่านสูงสง่างามมาก ผิวขาวอมชมพู ใบหน้าของท่านงามมาก อธิบายไม่ถูก ยิ้มน้อยๆ ผมบนศีษระท่านเหมือนกับเพิ่งโกนใหม่ๆ ยังเห็นรอยโกนผมใหม่ แบบยังสีเขียวๆ อยู่เลย ข้าพเจ้ามองด้วยความตะลึง ในบาตรท่านไม่มีของอะไร



เดิมตั้งใจว่าถ้าเจอท่านจะถามว่าจำพรรษาอยู่วัดไหน ท่านมาจากไหน และอีกหลายๆ คำถามปรากฏว่าข้าพเจ้าได้แต่จ้องมองท่านโดยไม่ได้ถามสักคำ จนท่านจากไปแล้ว จึงนึกได้ เอ้า เราลืมถามท่านไป จึงเดินออกไปยืนดูที่ถนนอีกครั้งเห็นท่านเดินเลี้ยวไปทางซอยขวามือ แล้วหายไป



ทั้งหมดที่เล่ามานี้ จะใช่หลวงพ่ออุปคุตเมตตามาสงเคราะห์หรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าไม่อาจจะยืนยัน แต่มีความปีติมากเป็นพิเศษ จึงขอเล่าเรื่องทั้งหมดนี้สู่กันฟัง อาจจะไม่ละเอียดเท่าที่ควร ก็ขออภัยด้วยเนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นนานมากแล้ว จนลืมรายละเอียดไปเยอะ ขอให้คิดว่าอ่านนิทานก็แล้วกัน



หากเรื่องนี้จะมีประโยชน์บ้าง ขออุทิศถวายบูชาหลวงพ่ออุปคุต และหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ผู้มีพระคุณสูงสุดของข้าพเจ้าและครอบครัว...



มาลินี โชติเลขา(วีระผล)

บ้านเลขที่ ๗๑ ซอยภาษี ๒

ถ. เอกมัย แขวงคลองตันเหนือ

เขตวัฒนา กทม. ๑๐๑๑๐



จากนิตยสารธัมมวิโมกข์ ปีที่ ๒๘ ฉบับที่ ๓๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐

view