.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เรื่องอานุภาพพระคำข้าว-พระหางหมาก

เรื่องอานุภาพพระคำข้าว-พระหางหมาก

  เกร็ดความรู้บางอย่างที่หลวงพ่อพูดถึงเกี่ยวกับพระคำข้าว 

  


  (คัดลอกบางตอนจากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๙ โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

    

         อันดับแรกที่เราจะทำอะไรทั้งหมด ตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ นึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน นึกถึงด้วยความเคารพ เพื่อหวังพระนิพพานก็ตาม นึกถึงเพื่อขอลาภสักการะก็ตาม ก็ถือว่าเป็นการนึกถึงพระพุทธเจ้าเหมือนกัน อันดับแรกนะ อย่างมี พระคำข้าว- พระคำข้าวน่ะ หนักไปในทางลาภสักการะ อย่างอื่นก็มีหมด แต่ลาภน่ะหนักมาก และก็หยิบขึ้นมาพนมมือ สาธุ ว่า นะโม ตัสสะ ใช่ไหม ว่านะโมตัสสะ ด้วยความเคารพ และอธิฐานว่า วันนี้ต้องการ...(ลาภอย่างไร)

          เป็นอันว่า เราอยากจะให้ค้าขายดี ทำราชการดี เมตตาปราณี อะไรก็ตามเถอะ ก็อย่าลืมว่าเวลานั้นเรานึกถึงพระพุทธเจ้า เราขอบารมีจากท่าน อย่างนี้ถือว่า เป็นฌานในพุทธานุสติกรรมฐาน ถ้านึกถึงทุกวันน่ะ ถ้าถึงเวลาแล้วต้องทำอย่างนั้นทุกวัน ถ้าไม่ทำแล้วไม่สบายใจ นั่นเป็นฌานในพุทธานุสติ เป็นของง่าย ๆ เพราะวันนี้ท่านบอกให้พูดง่าย ๆ ใช้วิธีง่าย ๆ นะ ก็ว่าตามท่าน 

     ...ทีนี้เมื่อเมื่อบรรดาท่านพุทธบริษัท นึกถึงพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าลืมพระที่ คอ นี่คือพระพุทธเจ้า อย่าง พระคำข้าว เป็นพระพุทธชินราช อย่าลืมน่ะ คือก็เหมือนกับพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งนั่นแหละ เป็นองค์แทนพระพุทธเจ้าท่าน และเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าท่านก็มาทำ อันนี้ไม่ได้โฆษณานะ พูดให้ฟัง คือเวลาทำจริง ๆ พระพุทธเจ้าทุกองค์เสด็จมาหมด องค์ปฐมเป็นประธาน อยู่ข้างบนใช่ไหม และ องค์ปัจจุบันคุมฉัน ท่านปล่อยกระแสจิตพุ่งสว่างเป็นลำพุ่งมาที่ใจฉัน แล้วบอกเธอนั่งนิ่งๆ อย่าคิดถึงเรื่องอะไรทั้งหมด ห้ามดูอะไรทั้งหมด ให้ทรงอารมณ์เฉยๆ ๑๐ นาที ก็ทำตามท่าน แล้วท่านก็สั่งว่า ให้ว่าอิติปิโสฯ หลัง ๑๐ นาทีแล้ว ท่านบอกดูได้พุ่งใจไปที่ของได้ พอพุ่งใจไปที่ของ ที่เห็นเป็นลำ ไม่เห็นของที่ปลุกเลย แสงพระพุทธเจ้ากลบหมด หนามาก พระคำข้าว เด่นทางมหาลาภ มีรูปพระพุทธชินราช (พระพุทธกัสสป) ด้านหน้า และด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อ 

 

    

 สมเด็จเด็จองค์ปฐม ได้ให้พระพุทธกัสสป-พระพุทธทีปังกร คุมเรื่องลาภ 

 

   (คัดลอกจากหนังสือธัมมวิโมกข์ฉบับที่ ๑๔๕ หน้า ๖๓) 

          ..."องค์ปฐมก็มา และพระพุทธกัสสปก็มา สมเด็จพระพุทธทีปังกรก็มา...องค์ปฐมท่านบอกว่า "เรื่องลาภนะ สมเด็จพระพุทธกัสสป หนักที่สุด และรองลงมาคล้ายคลึงกันคือ สมเด็จพระพุทธทีปังกร"

          ก็เลยถามท่านว่า  "พระพุทธเจ้ามีบารมีเต็มเหมือนกัน ทำไมแตกต่างกันเรื่องลาภ"

          ท่านบอกว่า  "สุดแล้วแต่การเริ่มต้น คู่อันไหนแรงกว่ากัน"...

          ท่านบอก  "ให้พระพุทธกัสสปคุมเพราะลาภมาก"  องค์ปฐมบอกว่า..."ลีลาต่างกันนิดหนึ่ง...

               สมเด็จพระพุทธทีปังกร :  มีกำลังแข็งมากสู้แรงมาก

               พระพุทธกัสสป :  ท่านนิ่มนวลในทางลาภมหาศาล

               แต่ลาภมหาศาลทั้งคู่ :  ท่านก็เลยบอกว่าเป็นหน้าที่ของทั้ง ๒ องค์

   

 

                               หลวงพ่อเคยบอกเกี่ยวกับราคาพระคำข้าวในอนาคต

 

  (ท่านพูดไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ในหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๑๒๓ ประจำเดือนพฤษภาคม หน้า ๑๕)

 

 

       อีก ๓๐ ปี พระคำข้าวจะมีค่าบูชาหลายหมื่น นี่ก็ผ่านมาแล้ว ๑๖ ปีครับ ก็ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ครับ...ท่านพูดไว้ดังนี้ครับ

-หลวงพ่อ: ...."ก็ก่อนจะทำ (ทำพระคำข้าว) พระพุทธเจ้าท่านบอกแล้วให้ทำ บอกให้มันรวยทั้งวัดทั้งบ้าน คือว่าเอาไปขึ้นราคานิดหน่อยใชไหม ๑๐๐, ๒๐๐ ไม่หนักนัก อีก ๓๐ ปีหลายหมื่น

     ผู้ถาม:  เฉพาะพระคำข้าวนี่หรือครับ?

     หลวงพ่อ: ใช่ขอยืนยัน  

 

  อานุภาพพระคำข้าวมหาลาภ

 

(คัดลอกบางตอนจาก หนังสือ ประวัติวัดท่าซุง และหลวงพ่อพระราชหรหมยาน หน้า ๔๗ )

โดย พระบุญมา ปภาธโร เจ้าหน้าที่ธัมวิโมกข์ พิมพ์ สิงหาคม ๒๕๔๙ 

 

          ..ฯลฯ...ผลในเรื่องความสะอาดของจิตนี้ มีเรื่องยืนยันจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ศิปาชีพท่านหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาร่วมอุปสมบทหมู่ถวายพระราชกุศลฯ ที่วัดท่าซุง ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เจ้าหน้าที่ท่านนี้ปฏิบัติภารกิจอยู่ภาคใต้ ญาติให้พระมาพกติดตัว ๑ องค์ เพราะความเป็นห่วงที่สถานการณ์ไม่ค่อยปกติ ปรากฏว่าก่อนเดินทางมาบวชประมาณ ๓ วัน ได้ถูกผู้ร้ายดักยิงจนรถมอเตอร์ไซด์ล้มลง เจ้าหน้าที่ท่านนี้คิดว่าตนเองคงต้องตายแน่ เพราะผู้ร้ายได้มายืนจ่อยิงอีกหลายนัด แต่ไม่เข้าเลยสักนัดเดียว ทำให้เกิดความมั่นใจและนึกด่าผู้ร้าย ปรากฏว่าหลังจากนึกด่า ถูกผู้ร้ายยิงซ้ำอีก ๑ นัด ลูกปืนทะลุเข้าฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ภายหลังแพทย์ได้ลงความเห็นว่าสามมารถเดินทางมาบวชก่อนได้เพราะไม่เป็นอันตราย หากผ่าตัดเอาลูกปืนออกจะต้องรักษาแผลหลายวัน เจ้าหน้าที่ท่านนี้เมื่อมาบวชที่วัดท่าซุง ได้เล่าเหตุการณ์ให้พระพี่เลี้ยงฟัง และได้นำพระที่ห่อกระดาศทิชชูพกอยู่เพียงองค์เดียวมาให้ดู จึงทราบว่าพระที่พกอยู่นั้นเป็นพระคำข้าวของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุงนี้เอง

 

 

เรื่องอานุภาพพระคำข้าว-พระหางหมาก

 

(คัดลอกบางตอน จากหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๓ หน้า ๒๖๖ ) 

           เกล้ากระผม ได้บูชาพระหากหมาก และพระคำข้าวของหลวงพ่อ ไปเมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จะเป็นวันเดือนใดจำไม่ได้ ได้เอาพระคำข้าว และพระหางหมาก และเหรียญของหลวงพ่อ มอบให้ลูกเขยคนเล็กชื่อ อนันต์ ... อยู่บ้านเลขที่ ๑๘๒๐ ซอยสุขศรีเฉลิมพจน์ ถนนกรุงเทพ-นนท์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ แกเอาพระคำข้าวและพระหางหมาก เหรียญของหลวงพ่อติดตัวไป และวางไว้หน้ารถแท็กซี่ ในขณะขับไป บังเอิญเด็กวิ่งตัดหน้ารถ เบรกไม่ทัน รถแท็กซี่ได้ชนกับเด็ก กระเด็นไป ๔-๕ วา กระโปรงหน้ารถยนต์ฉีก และได้อุ้มเอาเด็กขึ้นรถไปโรงพยาบาล ขอให้แพทย์ช่วยตรวจ และเอ็กเรย์ให้ ปรากฏว่าหมอบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จะฟกช้ำดำเขียว ถลอกก็ไม่มี นี่เป็นที่น่าอัศจรรย์รถชนขนาดนี้ไม่มีเหลือสักราย หรือมิฉะนั้นก็ป่วยหนักเสียสุขภาพ นี่กลับไม่เป็นอะไรเลย ก็เพราะบุญของหลวงพ่อได้คุ้มครองป้องกัน และเมื่อให้หมอตรวจดูปลอดภัยแล้ว ลูกเขยก็นำขึ้นรถกลับบ้าน และมอบเงินบำรุงขัวญ ๒,๐๐๐ บาท (สองพันบาทถ้วน) แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ และก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะอำนาจศักดิ์ของพระคำข้าว และพระหางหมาก และเหรียญหลวงพ่อคุ้มครอง 

 

 

 

เรื่อง อานุภาพพระคำข้าว-พระหางหมาก

 

 (ของคุณเพียร ...คัดลอกจากหนังสือลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๓ หน้า ๔๑๘-๔๑๘...)

          ..เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ ก็ได้เดินทางไปทำงานอยู่ที่ประเทศบาห์เรน ต้นปี ๒๕๓๔ ก็เกิดมีสงครามในอ่าวเปอร์เซีย แต่ก่อนที่จะทำสงคราม ก็รู้ล่วงหน้าว่า กองทัพอเมริกันต้องบอมบ์ซัดดัมแน่ คนไทยในบารห์เรนกลับกันเยอะ ชาวต่างชาติก็หนีกลับบ้านเมืองของตนเองเกือบหมด ข้าพเจ้าอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ เขาลือกันว่าบาห์เรนจะต้องจมทะเลถ้าอิรัคเข้ายึกซาอุฯ ได้ เพราะว่าบาห์เรนเป็นเกาะเล็กๆ และมีทางออกทางเดียวคือทางที่จะไปซาอุฯ คือระหว่างประเทศบาห์เรนกับซาอุฯ นี้ จะมีสะพานในทะเล เชื่อมถึงกันยาวกี่กิโลข้าพเจ้าไม่ทราบ แต่ว่านั่งรถไปใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ก็ถึงเขตของประเทศซาอุฯ และช่วงสงครามนั้น สนามบินก็ปิด ข้าพเจ้ามาอยู่ที่บาห์เรน ก็ไม่ได้ทิ้งกรรมฐานที่หลวงพ่อสอนไว้ และข้าพเจ้าก็ได้ขึ้นไปถามสมเด็จว่า ข้าพเจ้าจะได้รับภัยจากสงครามครั้งนี้ไหม พระองค์ท่านก็ตอบว่าไม่มี แต่ข้าพเจ้ายังมีกิเลสอยู่มาก ก็อดสงสัยไม่ได้ 

         ข้าพเจ้าก็เลยอธิษฐานขอบารมีหลวงพ่อว่า ถ้าลูกจะได้รับอันตรายจากภัยสงครามครั้งนี้ ก็ขอให้หลวงพ่อดลใจให้ลูกคิดอยากจะกลับบ้านด้วยเถิด ความรู้สึกในตอนนั้นข้าพเจ้าไม่รู้สึกกลัวภัยสงคราม และไม่อยากกลับบ้านเลย พออธิษฐานขอบารมีหลวงพ่อแล้ว ก็มีความรู้สึกเหมือนเดิมคือไม่อยากกลับบ้าน ข้าพเจ้าก็เลยไม่ได้กลับ ในระหว่างสงครามทุกคืน จะมีสัญญานหวอเตือนภัยดังขึ้น เวลาที่หวอดังนั้นก็ไม่เป็นเวลาคือบางทีก็หัวค่ำ บางทีก็สี่ห้าทุ่ม บางครั้งตอนกลางวันก็ยังมี ประชาชนที่เดินอยู่ตามถนน เมื่อได้ยินเสียงหวอดังขึ้น ทุกคนจะพยายามวิ่งหาที่หลบ ที่คิดว่าปลอดภัย โดยทางรัฐบาลบาห์เรนเขาได้สอนให้ประชาชนทุกคน รู้ถึงวิธีป้องกันตัวอย่างไร จึงจะพ้นจากสารพิษที่อิรัคจะยิงมา ทุกคนกลัวกันมาก เรื่องสารพิษ แต่พวกลูกๆ ของหลวงพ่อไม่กลัวกันเลย เพราะลูกๆ ของหลวงพ่อทุกคน มี พระหางหมาก ติดตัวกันทุกคน และเมื่อฝ่ายอิรัคยิงระเบิดมาซาอุฯ หรือบาห์เรนเมื่อใด ก็จะมีเสียงหวอเตือนภัยให้ประชาชนได้ทราบ ข้าพเจ้าคิดแต่เพียงว่า ถึงคราวที่จะต้องตาย ไม่มีใครช่วยข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าพร้อมที่จะตายทุกเวลา แต่ถ้ายังไม่ถึงคราวตายแล้ว องค์หลวงพ่อช่วยข้าพเจ้าได้แน่ ข้าพเจ้าก็เกิดความอบอุ่นใจไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย

          อีกทั้งข้าพเจ้าเคยได้ยินหลวงพ่อพูดว่า อิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็ไม่เท่าอิทธิฤทธิ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพเจ้ายึดพุทโธเป็นที่พึ่ง ถ้าจะตายก็ตายพร้อมพุทโธ กลางวันเขาก็ทำสงครามกันภาคพื้นดิน กลางคืนเขาก็ทำสงครามกันทางอากาศ ฝ่ายอิรัคเขาก็ยิงมาที ๒-๓ ลูก หวังจะบอมพ์บาห์เรน แต่ก็ถูกทหารอเมริกันยิงสกัดเอาไว้ได้ ลูกระเบิดก็จะระเบิดกลางอากาศ แล้วก็กระจายตกทะเลไปหมด แต่ก็มีบางครั้ง ที่อิรัคยิงมาหลายลูก ทางทหารอเมริกันสกัดได้ไม่หมด ก็ลงบาห์เรน แต่ไปลงในทะเลทราย พอสงครามสงบลงบาห์เรนปลอดภัยไม่เป็นอะไร ข้าพเจ้าคิดว่าช่วงสงครามสองเดือนกว่าๆ นั้น บาห์เรนไม่น่าจะรอดมาได้ แต่ด้วย อานุภาพพระคำข้าว-พระหางหมาก และองค์หลวงพ่อ บาห์เรนถึงปลอดภัยมาได้ เพราะลูกหลานอยู่ที่บาห์เรนมีไว้บูชากันทุกคน ยิ่งช่วงสงครามพากันปลุกพระทุกวัน คนที่ไม่เคยปลุกพระก็ปลุกพระเป็นไปกับเขาด้วย และก็ไม่มีใครทุกข์ใจเกี่ยวกับภัยสงครามเลย  

 

 

 

 อานุภาพพระมหาลาภคำข้าว

 

(คุณสมศรี ... ลูกศิษย์บันทึกเล่ม ๓ หน้า ๕๗๕ ) 

          เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๓๔ หลังจากข้าพเจ้าเปิดร้านแห่งใหม่ที่ท่าพระ ได้ไม่ถึงเดือน ก็รู้จักเซลส์แมน ของบริษัทขายเสาอากาศคนหนึ่ง คนนี้ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยห้อยพระที่คอเลย เป็นคนไม่ค่อยได้มาทางธรรม แต่พอพูดคุยกับข้าพเจ้า ก็รู้สึกชอบพระที่ห้อยคออยู่ (หลวงพ่อมหาลาภคำข้าวปิดทองอย่างหนาทั้งองค์เลี่ยมทองคำอย่างดี) เขาถาม ข้าพเจ้าก็เลยได้บรรยายสรรพคุณของพระมหาลาภ รวมทั้งยกตัวอย่างที่หลวงพ่อท่านเล่าบ้าง ที่ลงธัมวิโมกข์บ้าง ตอนจะกลับ เขาก็ขอพระมหาลาภไปหนึ่งองค์ ข้าพเจ้าก็ได้ให้เลือกไปเองหนึ่งองค์ (ตอนเปิดร้านใหม่ ข้าพเจ้าทำกล่องบรรจุพระมหาลาภไว้แจก เป็นของขัวญแก่ทุกท่านที่มาร่วมงาน มีบางคนมาขอซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายองค์) เขาบอกว่านี่เป็นพระองค์แรกที่จะเลี่ยมห้อยคอ

          อีกหนึ่งเดือนต่อมา เขาก็มาหาอีก คราวนี้ข้าพเจ้ากำลังยุ่งอยู่ เขาก็ขอเวลานอก ๒-๓ นาที เขาเล่าเรื่องให้ฟังว่า พอได้พระก็รีบไปเลี่ยมมาห้อยคอทันทีพร้อมทั้งโชว์ให้ดูอีกด้วย พอห้อยพระได้ ๒-๓ วันก็เกิดเรื่อง คือเขาขี่มอเตอร์ไซด์ไปถนนวิภาวดีรังสิต ถึงหน้าโรงเรียนตำรวจสอนสุนัข ก็มีรถเก๋งโตโยต้าวิ่งตัดหน้า ตนเองต้องหักหลบ รถคว่ำหลายตลบ ตนเองลอยละลิ่วไถลไปบนพื้นถนน กางเกงขาดหมด ผู้คนหวีดร้องลั่นไปหมด เขาคิดว่าไม่รอดแน่ๆ ไม่หัวโหม่งพื้นก็ถูกรถแล่นทับตายแน่ๆ ปรากฏว่ารถเก๋งวอลโว่ เบรคตัวโกร่งพราะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง มาจอดตรงหน้า โดยกันชนรถห่างหน้าเขาแค่คืบเดียวเท่านั้น เขาบอกว่ารอดตายคราวนี้ เพราะหลวงพ่อสมเด็จพระมหาลาภคำข้าวแท้ๆ ส่วนแผลที่ขาเมื่อซื้อยามาทาไม่กี่วันก็หาย อุบัติเหตุคราวนี้ได้เงินมา ๓๐๐ บาท จากคนขับรถวอลโว่ เพราะเขาไม่มีสตางค์เป็นแค่ลูกจ้าง (คนขับรถเท่านั้น) อีก ๒๐๐ บาทต้องเอาไปจ่ายค่าปรับ เนื่องจากจอดรถผิดที่ในที่ห้ามจอดของโรงพัก (ตนเองบาดเจ็บ รถก็ไม่ค่อยสมบูรณ์ จากอุบัติเหตุ) เหลืออีก ๑๐๐ บาท คนขับรถวอลโว่บอกให้ไปซื้อยามาทาบาดแผลก็แล้วกัน แต่ร้อยเวรบอกว่า อย่าเลยเอาไปซื้อสังฆทานถวายพระเพื่อสะเดาะเคราะห์ดีกว่า เพราะคุณน่ะมีเคราะห์ร้ายจริงๆ ! ...

           ส่วนคนอื่นๆ ก็มีอีกมาก บางคนก็คล้ายๆ บุคคลอื่น ที่เคยลงในธัมวิโมกข์แล้ว สำหรับข้าพเจ้าเอง มีผลมากมาย จากร้านเดิมที่เยาวราชก็ขยายมาเปิดสาขาใหม่ที่ท่าพระ ทั้งๆ ที่ไม่ทุน แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลต่างๆ และเป็นผู้ใหญ่ในธนาคาร เมื่อมีปัญหาการเงินหลวงพ่อท่านก็ช่วยให้รอดพ้นทุกครั้ง มีปัญหาเรื่องบุคลากร หรือคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับงาน ก็ผ่านไปด้วยดีทุกอย่าง ปัจจุบันข้าพเจ้ามีความสุข จากการได้ทำบุญกับหลวงพ่อทุกเดือน ข้าพเจ้าและครอบครัว ใส่บาตรวิระทะโยทุกวัน ชีวิตทั้งทางโลกทางธรรมดีขึ้นมาก ทุกคนในครอบครัวมีความสุข ความเจริญ เนื่องจากพระพุทธบารมี พระธรรมบารมี และพระอริยสงฆ์บารมี เทวดา พรหมทั้งปวง มีหลวงพ่อวัดท่าซุงเป็นที่สุด...สาธุ

 

 

อานุภาพการบูชาพระองค์ปฐม-พระคำข้าว-พระหางหมาก-ลูกแก้ว-พระคาถาโน้มจิต

ก่อนที่จะเล่าตัวอย่างประสบการณ์โดยตรง ผมขอสรุปผลจากประสบการณ์ เกี่ยวกับการพูด ในการบูชาดังนี้      ๑. พระกริ่งสมเด็จองค์ปฐม  ทำให้เกิดความมั่นใจมาก อาจหาญ สง่าผ่าเผย ไม่มีอาการประม่าตื่นเต้นมาก (จนควบคุมไม่ได้ และไม่มีเลย) มีความรู้สึกว่าเรายิ่งใหญ่ เป็นผู้นำ ...ต้องอาราธนาขอให้ท่านคลุมบนศรีษะ หรือทั้งตัว เหมือนตอนที่ครูแนะนำมโนมยิทธิ จนเกิดอาการ สั่น ศรีษะมึน และตัวหนัก ร้อนผ่าววูบวาบ ร่างกายเหมือนถูกคลุม หรือเหมือนมีพระนั่งคลุมบนศรีษะ หรือจับเป็นภาพนิมิตให้เห็นชัด (เท่าที่ทำได้)      

     ๒. พระหางหมาก  ทำให้การพูดคล่อง ปราดเปรื่อง มีปฏิภาณไหวพริบในการโต้ตอบ หลายครั้งก็ งง ว่าเราพูดได้อย่างไร จะไม่ลืมเรื่องที่เตรียมพูด สมองไม่ว่างเปล่าในระหว่างพูด ไม่ช๊อคเวลาพูดนาน ๆ ...อาการจากการอาราธนาก็เหมือนข้อ ๑ แต่จะเบากว่ามาก 

     ๓. พระคำข้าว  ได้ลาภแบบเกินคาด แบบงง ๆ เช่น เราขอบารมีพระหางหมากเพื่อเจรจางาน แล้วต่อด้วยขอบารมีพระคำข้าวเจรจาเงินค่าตอบแทน หลายครั้งครับที่ เราตั้งใจจะกำหนดจำนวนเงินเท่านี้ ไว้ในใจ หรือเสนอน้อยไปเขากลับชิงเป็นฝ่ายเสนอก่อน หรือให้เพิ่มเป็นจำจวนเงินสูงกว่าอย่างคาดไม่ถึงแบบเรางง ๆ เราเลยเต็มใจรับที่มากกว่าครับ (แต่อย่าแกล้งโมเมขอเพิ่มขึ้นต่อจากที่เขาเสนอมามากกว่านะครับ เดี๋ยวลาภหายหมด) การขอบารมีก็ เหมือนข้อ ๑ แต่จะเบานุ่มนวลกว่า

     ๔. ลูกแก้ว  มีลาภแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามเหตุตามผล คล้าย ๆ หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองแน่นอน แต่จะไม่เป็นศูนย์ การจัดงานบุญ งานเลี้ยงที่มีคนจำนวนมากจะคล่องตัวอย่างคาดไม่ถึง (หลวงพ่อบอกว่ามีผลเลี้ยงคนจำนวนมากได้) ..ส่วนการรักษาโรคนี่ผมเคยเป็นโรคบิด กินยาหมออย่างดีเป็นเดือน ๆ ไม่หายเลยถึงขนาดแค่มองเห็นเม็ดยา หรือซองยานี่อาเจียรเลย...ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยนำเอาลูกแก้วหลวงพ่อมาขอบารมีทำน้ำมนต์ และหายเป็นปลิดทิ้งในหนึ่งวันนี่เรื่องจริงครับ (เกิดขึ้นมาเกือบ ๓๐ ปีแล้ว)

     ๕. พระคาถา "จิตตะ มหาจิตตัง ปิยัง มะมะ" ใช้ภาวนาก่อนพูด ระหว่างพูดได้ผลดีมากครับ แต่อาจจะมั่นใจน้อยกว่าพระหางหมาก

 

 

อานุภาพพระหางหมาก ลูกแก้ว ช่วยสร้างพระประธาน สร้างศาลา

 

     ช่วงปี ๒๕๓๒  พวกเราได้ตั้งคณะปฏิบัติธรรมสายหลวงพ่อ เพื่อแบ่งเบาภาระงานสงเคราะห์ของหลวงพ่อ (ทำกันเองครับหลวงพ่อไม่ทราบ ไม่สั่ง แต่ด้วยจิตสำนึก) คณะเราได้สร้างพระประธานองค์แรกขนาดหน้าตัก ๕๐ นิ้ว ปิดทอง พร้อมฐานชุกชีประดับกระจกสี อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุเขาน้อย จ.น่าน แต่เนื่องจากไม่มีที่ประดิษฐานองค์พระ จึงจำเป็นต้องสร้างศาลาเอนกประสงค์ ชื่อศาลานวรัตน์ประชาชาอุปถัมถ์เพื่อประดิษฐานองค์พระ

     ปัญหาหลักคือไม่มีเงินคือเริ่มที่ศูนย์ (มีแต่กำลังใจ) ทั้งสร้างพระ และศาลา มูลค่าหลายแสน ผมจึงใช้คาถาเงินล้านควบคู่กับลูกแก้ว-พระหางหมาก (ไม่ทราบว่าเพื่อนร่วมคณะใช้หรือเปล่า) งง มากครับเงินนี่ไม่รู้มาได้อย่างไร มีคนบริจาคเงินก้อนโตๆ อย่างไม่คาดฝัน (เราไม่หักแม้แต่ค่าน้ำแข็งเปล่า) มีจ่ายค่าพระ ค่าฐานชุกชี และจ่ายค่าศาลาได้ทันเป็นงวด ๆ ทีนี้เมื่อศาลาเสร็จเราจัดพิธีฉลองใหญ่มากดังระดับจังหวัดทีเดียว โดยท่านเจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองท่านให้การสงเคราะห์เป็นพิเศษ ท่านช่วยเหลือได้มากเพราะท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด..เชิญพระสงฆ์ทั้งจังหวัด (บางวัดก็ส่งตัวแทน) ข้าราชการ ครู นร.(รำต้อนรับตั้งแต่ในตัวจังหวัดเลยแห่คณะเราจากโรงแรมเทวราชมาที่วัดพระธาตุเขาน้อย (อันนี้ก็ไม่ได้คาดฝันเหมือนกัน เพราะมันเกินที่กำหนด)

     ผมได้อัญเชิญพระคำข้าวรุ่นแรก และแก้วมณีสายรุ้งรุ่นแรก ซึ่งมีอยู่องค์เดียว บรรจุไว้ที่พระเกตุพระประธานเพื่อจะได้สงเคราะห์ชาวน่าน..พอใกล้ถึงพิธีมอบพระประธาน และศาลาจะต้องชำระเงินงวดสุดท้ายด้วยปรากฎว่า (ถ้าจำไม่ผิด) ขาดเงินอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาทแสน ช่างพึ่งแจ้ง..คิดว่าหน้าแตกแน่งานนี้แขกเหรื่อก็มากมาย กรรมการทุกคนนี้เริ่มเครียด ความปิติที่มีในการทพบุญเริ่มคลายตัวแล้ว ผมเลยแอบหลบขอบารมีพระหางหมาก -ลูกแก้วมณีที่บรรจุที่พระเกศให้ช่วยสงเคราะห์ ปรากฏว่าคุณหมอท่านหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่ในตัวเมืองน่าน (ซึ่งเป็นแพทย์เช่นกัน ไม่กล้าขึ้นมาร่วมงานเพราะแอบดื่มเบียร์) ว่าขอบริจาคเงินที่ขาดเพื่อปิดบัญชี ๒๐๐,๐๐๐ บาท โอ่โห อานุภาพท่านจริง ๆ สาธุ

      ที่วัดพระธาตุเขาน้อยนี้คณะผมก็ได้สร้างพระองค์ปฐมชำระหนี้สงฆ์อีกองค์ครับ โดยสร้างที่วัดท่าซุง เป็นไฟเบอร์กลาสปิดทอง เป็นบล็อกเดียวกับองค์ปฐมครับ หลวงพี่สามารถ (ขณะนั้น) เป็นสร้างครับ อ้อ เกือบลืมครับที่

 

หมายเหตุ :  ที่เล่าให้ฟังด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ตรง ๆ ครับ ต้องการให้พวกเราสมาชิกโมทนา เป็นกำลังใจครับ (ผมใช้พระ คาถานี่ กับตัวเองจะคล่องตัวน้อยกว่างานสาธารณะ ซึ่งชัดเจนมากแบบ งง)

  

     ขอย้ำว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัว ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้น ซึ่งอาจไม่เหมือนมาตรฐานที่กำหนดไว้ของวัดท่าซุงทุกอย่างก็ได้ครับ ส่วนตัวยังไงผมอยากให้บรรดาท่านผู้อ่านยึดทางวัดเป็นหลักไว้ก่อนครับ)

ความคิดเห็น

  1. 1
    ประดิษฐ์ พูลพุทธพงษ์
    ประดิษฐ์ พูลพุทธพงษ์ praditp98@gamil.com 05/12/2017 15:24

    ครั้งที่หนึ่ง


    เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ผมขับรถ แล้วจอดรถเปิดไฟกระพริบจะเลี้ยวรถแถวบริเวณคลองประปาทันใดก็มีมอเตอร์ไซค์ สองคันแข่งกันมาเกี่ยวกันล้มมากระแทกรถผมค้านขวาดังสนั่นหวั่นไหว ตัวรถมอเตอร์คอรถหลุดกระเด็นไปไกล และคนกระเด็นข้ามฟากถนนถนนไปกองบน ฟุทบาทอีกฟากถนนห่างจากจุดที่ชนประมาณ 30 เมตร ผมเข้าใจว่าคงตายแน่ อีกประมาณ 5 ถึง 10 นาทีเขาทั้งสองคนลุกขึ้นมาเดิน มีแผลถลอกเล็กนอ้ย ตำรวจมาไม่เห็นมีร่องรอยอะไรข้างรถผม ทุกคนก็งง


    และปรากฏว่าไม่มีร่องรอยใดๆที่ตรงรถถูกกระแทก หลังจากนั้นอีกหลายเดือนมีโอกาสยกรถดูปรากกว่าใต้รถเบนส์ผม บริเวณใต้ประตูปรากฏมีรอยยุบเท่ากำปั้นเด็ก


    ครั้งที่ สอง


    ประมาณเมื่อ 6 ถึง 7 ปี่ก่อน ผมขับรถวิ่งช้าๆในซอยแคบๆ แถวงามวงศ์วาน จู่ๆก็มีเสียงกรีดร้องสองข้างรถผม ด้วยสัญชาตญาณ ผมเหียบเบรค เมื่อรถหยุดคนสองขัางทางมองไปทางใต้ด้านหน้ารถผม ผมเข้าใจได้ทันทีว่ามีอะไรที่ล้อหน้ารถผม แน่ๆเท้าผมยังเหยีบเบรค ผมค่อยๆ ตั้งสติเเล้วตบเกียรื ออโต้ ถอยหลัง ปรากฏว่ามีเด็ก อายุประมาณ 2 ขวบนอนร้องไห้อยู่ เป็น หลาน คนงานก่อสร้าง เห็นเขาบอกว่าตัวเด็กคาติดล้อหน้ารถผมแล้ว คงจริงเพราะที่ขาเด็กมีลอยถลอก เลือดซึมๆ ที่ขา เอาเด็กไปตรวจ และ เอก เรย์ ที่ โรงพยาบาล ปรากฏว่าเด็กไม่เป็นอะไรเลย ผมจ่ายค่ารักษา และทำขวัญ เรื่องก็จบ


    ผมว่าเหตุการณ์ที่ผมประสพเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ผมเองผมเชื่อว่า บารมีองค์พระประฐม พระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บารมีหลวงพ่อฤาษี คุ้มครองผม คุ้มครองคู่กรณี คุ้มครองทรัพย์สินมิให้เสียหาย เพราะทั้งสองครั้ง ผมแขวนพระคำข้าว ของหลวงพ่อ ฤาษีลิงดำครับ และผมอาราธนา บารมีบารมีองค์พระประฐม พระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บารมีหลวงพ่อฤาษี อยู่ประจำที่ออกเดินทาง


     


     


     


     


     


     


     


     

  2. 2
    09/05/2014 21:38

    สาธุๆขอบคุณนะคะที่แชร์^_^

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view