.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ถ้าไม่มีร่างกาย คำว่าทุกข์ไม่มี

ถ้าไม่มีร่างกาย คำว่าทุกข์ไม่มี

ปัญญาเข้ามาตัดโมหะ คือ ความหลง ที่เราหลงว่าร่างกายเป็นเราเป็นของเรา เรามีในร่างกาย ร่างกายมีในเรา ความจริงมันไม่ใช่ ถ้าร่างกายเป็นเราจริงเป็นของเราจริง มันต้องไม่แก่ ต้องไม่ป่วย ต้องไม่ตาย ต้องไม่พัง ใช่ไหม แต่นี่มันเกิดขึ้นด้วยกำลังของตัณหา เพราะว่าตัณหานี่น่ะมันสร้างมันฝังใจทำให้ชั่ว มันจึงได้ติดในอำนาจของโลภะ ความโลภ ราคะ ความรัก โมหะ ความหลง ทำให้เราเกิด ถ้าอารมณ์อย่างนี้ไม่มี เราก็ไม่เกิด ฉะนั้นในเมื่อราคะก็ดี โลภะก็ดี โทสะก็ดี มันเพลียลุกไม่ขึ้น การใช้วิปัสสนาญาณก็ง่าย 


เราก็มองดูว่า ไอ้ที่เราต้องการมีอารมณ์รัก เพราะคิดว่าร่างกายเราดี ร่างกายบุคคลอื่นดี เวลานี้เราเห็นสภาพร่างกายสกปรกของร่างกายเราและของคนอื่น เห็นสภาพการพังของร่างกายของเราและของบุคคลอื่น ที่เรามีทุกข์ก็เพราะอาศัยมีร่างกายเป็นสำคัญ ถ้าร่างกายอย่างนี้ยังทรงอยู่เพียงใด เราก็ต้องทุกข์เพียงนั้น ฉะนั้นร่างกายประเภทนี้จะไม่มีสำหรับเราอีก ถ้าชาตินี้เราตาย ร่างกายเราพังก็พังถึงที่สุด สิ่งที่เราต้องการนั่นคือพระนิพพาน เอาจิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ ตื่นเช้าขึ้นมาท่านจะทำความดีอะไรก็ตาม ตื่นขึ้นมาแล้วปั๊บใจเราจะจับไว้เสมอว่า มนุษยโลกก็ดี  เทวโลกก็ดี พรหมโลกก็ดี จะไม่มีสำหรับเรา เราต้องการถ้าตายไปคราวนี้ ต้องการพระนิพพานโโยเฉพาะ ด้วยความจริงใจนะ


ที่นี้ถ้าหากว่าเราจะสงเคราะห์ใครต่อใคร เราไม่หวังผลตอบแทนชาติปัจจุบัน เขามายืมสตางค์ เราก็สงเคราะห์ไป เขาใช้ให้ก็ใช้ ไม่ใช้ก็ช่างมัน ทีนี้เราให้ของให้ทานใครไปแล้ว เราไม่ต้องการ ชาวบ้านใกล้เรือนเคียง เขาไม่มีไฟ เขาไม่มีข้าว เขาไม่มีน้ำปลา ไม่มีกะปิ เขามาขอเรา เมื่อเรามีเราให้ได้เราให้  ถ้าหากว่ามีเฉพาะที่เราจะกินมันให้ไม่ได้ เราจำเป็นต้องบอกว่า ให้ไม่ได้ ใช่ไหม ไม่ใช่อะไรก็ให้ไปซะหมด ดูความจำเป็น เมื่อให้ไปแล้ว เราอย่าไปนึกว่าถ้าเราขาดเขาจะให้เราบ้าง ถ้าเราขาด เราไปถามมีกะปิไหม เราเห็นว่าเขามีเป็นตุ่มๆ เขาบอกว่าไม่มีหรอก มีเหมือนกันแต่จะเอาไว้ขาย ก็อย่าไปโกรธเขา เพราะการที่เราให้มันไปเป็นการตัดโลภะ ความโลภ จิตมันสะอาดใช่ไหม ก็เป็นด้านวิธีตัด 


หรืออารมณ์ทีี่จะต้องคิดอย่างนี้ว่า ราคะ ความสกปรกของร่างกาย โลภะ ความโลภ คือการตอบสนองจะไม่มีสำหรับเราในการให้ทาน การทำทุกสิ่งทุกอย่างนี่เราทำเพื่อพระนิพพาน ใช่ไหม เราไม่รัก เราไปนิพพาน เราไม่โกรธ เราไปนิพพาน เราไม่โลภ เราไปนิพพาน เราไม่หลงในร่างกาย เราไปนิพพาน ถ้าร่างกายเราไม่หลงเสียอย่างเดียว เราก็ไม่หลงร่างกายใครอีก ไอ้ตัวเราเรารักมากคือตััวเรา นี่คือการเจริญวิปัสสนาญาณ ถ้ามัวแกะแบบ ชาตินี้ทั้งชาติไม่ไปที่ไหน แต่ว่าวิธีปฏิบัติจริงๆ เขารวบแบบนี้ ไอ้นี่ยังยาวไปนะ พูดให้ฟังนี่นะ เกรงว่าจะไม่เข้าใจ แต่เอารวบเวลาปฏิบัติจริงๆ ตัดพั้บ นึกว่า ไม่เอาแล้วร่างกายนี้ ช่างมัน ตายก็ตาย ช่างมัน กูไปนิพพาน ถ้าตั้งใจจริงน่ะ มันก็ไปได้ 


คัดลอกจากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ 42 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) หน้า 61-63


#แอดมิน


ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view