.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

กฎความจริง

กฎความจริง

กฎความจริง

   เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องมีความป่วยไข้ไม่สบาย ต้องแก่ ต้องตาย นี่เป็นกฎความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ปุถุชนทั่วไปเห็นคนอื่นป่วย คิดว่าตัวเองคงไม่ป่วย เห็นคนอื่นตาย กลับคิดว่าตนเองจะไม่ตาย

   หรือเห็นคนอื่นแก่ ก็คิดว่าตัวเองไม่แก่ เมื่อเห็นความป่วย ความแก่ ความตาย ก้าวเข้ามาสู่วิถีชีวิต คราวนี้ก็เริ่มดิ้นรน มีความเดือดร้อน แสวงหาทางแก้ป่วย แก้แก่ แก้ตาย

   จะมีทางใดแก้ ก็หมอที่เก่ง สามารถถอดหัวใจ ถอดปอดเปลี่ยนของเก่าเอาออก เอาของใหม่ใส่แทน เพื่อช่วยชีวิตคนอื่น แต่แกเองนั่นแหละตาย เมื่อหมอยังตาย แล้วคนไข้จะไม่ตายอย่างนั้นหรือ


ความดับไม่มีเชื้อ

   ถ้าเราไม่มีร่างกายเสียอย่างเดียว อาการอย่างนี้มันไม่ปรากฏ

   จิตมันก็กำหนดไว้เลยว่า นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ความเกิดจะไม่มีสำหรับเราอีก การเกิดเป็นมนุษย์ก็ดี เทวดาก็ดี พรหมก็ดี เราไม่ต้องการ

หรือว่าการที่จะมีอารมณ์พิสมัยว่าโลกมนุษย์สวยสดงดงาม เทวโลก พรหมโลกสวยสดงมงาม มันเป็นที่น่าอยู่ ไม่มีสำหรับเรา

   เราต้องการอย่างเดียวคือความดับไม่มีเชื้อ คือ โลกทั้ง 3 ไม่ต้องการทั้งหมด

   จิตที่เราจะพึงกำหนดไว้คือ ไม่มีร่างกาย แล้วก็มีพระนิพพานเป็นที่ไป

สังขารุเปกขาญาณ

   ถ้าเราจะเปลื้องความทุกข์จากจิต คือเราจะเปลื้องอาการของความทุกข์ ที่เรียกว่า ทุกข์ในอริยสัจ ทุกข์ตัวนี้ ถ้าเปลื้องได้มันก็เปลื้องหมด เปลื้องไม่เหลือ ขณะที่มีชีวิตอยู่ จิตก็เป็นสุข ตายไปแล้วก็มีสุขที่สุดคือ พระนิพพาน

   นี่เราจะเปลื้องทุกข์กันได้แบบไหน ต้องยอมรับนับถือและคิดไว้เสมอทุกขณะจิต ว่าร่างกายของเราก็ดี ร่างกายของบุคคลอื่นก็ดี วัตถุทั้งหลายก็ดีไม่เที่ยง เห็นของใหม่ก็มีความรู้สึกไว้เสมอว่ามันเก่า เมื่อมันเก่าแล้ว ผลที่สุดก็ทรุดโทรมแล้วก็พัง

   มีความรู้สึกว่าร่างกายของเรา ร่างกายของเขาทั้งหมด เป็นร่างกายที่ไม่มีอะไรทรงตัว

   ความป่วยไข้ไม่สบายเป็นของธรรมดา

   ความแก่เฒ่าเป็นของธรรมดา ผมหงอก ฟันหัก ตาพร่า หูฟางเป็นของธรรมดา

   ความตายที่จะเข้ามาถึงเราเมื่อไหร่ เป็นของธรรมดา

   ถ้าจิตยอมรับนับถือธรรมดา มันก็หมดความทุกข์ ชื่อว่าเป็นจิตของบุคคลที่มีความฉลาด ไม่ฝืนกฎธรรมชาติและไม่ฝืนกฎธรรมดา

นี่การที่พระพุทธเจ้าทรงอบรมเรา ต้องการเท่านี้ ต้องการให้จิตของเรา มีความรู้สึกนึกคิดว่า นี่มันเป็นธรรมดาอย่างนี้ เมื่อสภาวะความรู้สึกว่า เป็นธรรมดาเกิดขึ้น เราก็ไม่รู้สึกสะเทือนใจ ที่เรียกว่า “สังขารุเปกขาญาณ”


สังขารุเปกขาญาณ แปลว่า ญาณเป็นเครื่องรู้ รู้ตามความเป็นจริง แล้วก็วางเฉย

ในเมื่ออาการอย่างนั้นปรากฏ อารมณ์จิตไม่ทุกข์ มีอารมณ์จิตเป็นสุข

 

คัดลอกจากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ ปีที่ 34 ฉบับที่ 383

หน้า 100-101

 

#แอดมิน

 

  

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view