.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

จรณะ 15

จรณะ 15

จรณะ 15

   คำว่า จรณะ แปลว่า ความประพฤติ ที่พวกเราจะต้องประพฤติปฏิบัติกันเป็นประจำ จะถือว่าจรณะ 15 เป็นจริยาที่พระอริยเจ้าจะต้องประพฤติปฏิบัติแต่ฝ่ายเดียวก็หามิได้

   สำหรับจรณะ 15 นี้ ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายมีความบกพร่องในข้อใดข้อหนึ่ง ก็มีหวังว่าในปัจจุบันก็ดี สัมปรายภพก็ดี ท่านจะหาความสุขที่แท้จริงไม่ได้ หากว่าจะมีความสุขบ้าง ก็เป็นความสุขที่ไม่สมบูรณ์

   สำหรับจรณะ 15 นี้ แบ่งออกเป็น 3 หมวดด้วยกัน

   สำหรับหมวดต้นมีอยู่ 4 ข้อคือ

   1.สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล สำหรับพระ ก็ได้แก่พระวินัย ที่มาในพระปาฏิโมกข์ (มี 227 ข้อ) และก็มาทั้งนอกพระปาฏิโมกข์ (ที่เราเรียกว่าอภิสมาจาร) สำหรับเณรก็ต้องปฏิบัติในศีล 10 ให้ครบถ้วน และก็มีเสขิยวัตรอีก 75 ข้อ รวมเป็น 85 สิกขาบท สำหรับอุบาสก อุบาสิกา อันดับต่ำสุดก็ต้องมีศีล 5 บริสุทธิ์

   2.อินทรีย์สังวร สำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อินทรีย์ แปลว่า ความเป็นใหญ่ คือ ตา เป็นใหญ่ในการเห็นรูป หู เป็นใหญ่ในการฟังเสียง จมูก เป็นใหญ่ในการสูดกลิ่น ลิ้น เป็นใหญ่ในการรู้รส กาย เป็นใหญ่ในการสัมผัส ใจ เป็นใหญ่ในความรู้สึก สังวร แปลว่า ระวัง ท่านบอกว่าให้มันไม่ยินดียินร้าย ในเวลา เห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องสัมผัสทางกาย รู้ทำอารมณ์ด้วยใจ

   3.โภชเนมัตตัญญุตา รู้ความพอดีในการกินอาหาร คือ ไม่ละโมบโลภมากเกินไป รู้จักประมาณในการกิน

   4.ชาคริยานุโยค ประกอบด้วยความเพียรของบุคคลผู้ตื่นอยู่

 

หมวดที่ 2 ท่านเรียกว่า สัจธรรม มี 7 ข้อ คือ 

   1.ศรัทธา ความเชื่อ เรามีความเชื่อในคำสั่ง และคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนใดที่เป็นคำสั่งพระองค์ห้าม เราไม่ปฏิบัติตาม ส่วนใดที่เป็นธรรมะที่เป็นความดี ที่พระองค์สนับสนุน เราทำตาม

   2.หิริ ความละอายแก่ใจ ถ้าอารมณ์มันคิด จะทำชั่ว จงมีความละอายว่า เห็นเราจะเลวมากไปเสียแล้ว ถ้าจิตมันชั่ว เราก็อายความเป็นคนว่า ในฐานะที่เราเกิดมาเป็นคนแล้ว ไม่น่าจะทำความชั่ว

   3.โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อความผิด

   4.พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก จำได้มาก แต่เอาตาเป็นกระทู้ เอาหูเป็นกระทะ เห็นคนสอนก็เห็น ได้ยินคำสอนก็ได้ยิน แต่ไม่จำ มันจะเป็นพาหุสัจจะไม่ได้

   5.วิริยะ มีความเพียร คือ เพียรละความชั่ว ประพฤติแต่ความดี

   6.สติ ระลึกนึกได้ว่า เราเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ระลึกได้ว่า เราเป็นผู้สำรวมในอินทรีย์ นึกได้ว่าเราจะบริโภคอาหารอยู่แต่พอสมควร นึกได้ว่าเราจะเป็นผู้ประกอบความเพียร ของบุคคลผู้ตื่นอยู่ เป็นต้น

   7.ปัญญา ความรอบรู้ จงใช้ปัญญาพิจารณาอารมณ์จิตว่า  เวลานี้ อารมณ์จิตของเรา ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่ในร่างกายหรือเปล่า เวลานี้ เราสงสัยในคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระจอมไตรหรือเปล่า และปัญญาพิจารณาศีลที่เรารักษาตามสภาวะของตัว อย่าให้มันด่าง มันพร้อย มันขาดทะลุ อย่าให้มันบกพร่อง

 

สำหรับหมวด 3 นั้น มี 4 ข้อด้วยกัน ได้แก่ พวกรูปฌาน คือ

   1.ปฐมฌาน ฌานที่ 1

   2.ทุติยฌาน ฌานที่ 2

   3.ตติยฌาน ฌานที่ 3

   4.จตุตถฌาน ฌานที่ 4

   ถ้าหากท่านทั้งหลาย ทรงได้ฌานที่ 1 ก็ดี ฌานที่ 2 ก็ดี ฌานที่ 3 ก็ดี ถึงฌานที่ 4 ยิ่งดีมาก ในเวลาเช้ามืด เช้ามืดนี่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าตอนเช้าจิตของท่านทรงฌานได้ ปล่อยให้อารมณ์แนบสนิท ตามกำลังที่จะทรงได้ นั่นก็หมายความว่า จรณะ 15 ข้อ คือ

   1.สีลสัมปทา ท่านก็เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์บริสุทธิ์ ศีลไม่บกพร่อง

   2.อินทรีย์สังวร การสำรวมหู ตา จมูก ลิ้น กาย ดีทั้งหมด เพราะใจมันทรงตัวในด้านกุศล ตาไม่เสีย หูไม่เสีย จมูกไม่เสีย เป็นต้น

   3.โภชเนมัตตัญญุตา การรู้จักประมาณในการบริโภค ผู้ทรงฌานนี่ฉันอาหารไม่มากนัก แต่ยังไม่ถึงกับไปลดอาหารมันนะ ปล่อยมันตามสบาย เพราะอาการทางใจมันอิ่ม เรื่องลดอาหารไม่มีการยุ่ง พิจารณาอยู่เสมอว่า เรากินเพื่อทรงอยู่ เพื่อความหลงไม่มี

   4.ชาคริยานุโยค ก็เป็นผู้มีสติสมบูรณ์ เหมือนคนตื่นอยู่

   5.ศรัทธา ความเชื่อในพระพุทธเจ้ามีสมบูรณ์แบบ ไม่บกพร่อง

   6.ความละอายต่อบาป คือ หิริ

   7.โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อผลของความชั่วมีอยู่

   8.พาหุสัจจะ ความทรงจำของผู้มีสมาธิดี จะอยู่เป็นปกติ

   9.วิริยะ ความเพียรก็จะทรงตัว

   10.สติ ก็จะทรงอยู่เสมอ

   11.ปัญญา จะรอบรู้ เพราะปัญญานี้จะเกิดได้ ก็อาศัยกำลังของสมาธิเป็นสำคัญ

   เป็นอันว่า เมื่อบรรดาท่านพระโยคาวจรทุกท่าน สามารถทรงฌานได้ จะเป็นฌานไหนก็ตามและจิตของท่านไม่ละเมิด ไม่ละทิ้งในฌานยามเช้ามืด เป็นอันว่า จรณะทั้ง 15 ประการ จะสมบูรณ์แบบ เสมือนหนึ่งว่า ท่านเป็นผู้ทรงอิทธิบาท 4 ครบถ้วนบริบูรณ์ และก็จะสามารถทรงความดีในบารมี 10 ประการ ได้ครบถ้วน

(คัดลอกโดยย่อจากเรื่อง จรณะ 15 ในธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 29-33)

คัดลอกจากหนังสือ พรหมวิหาร 4 โดย พระราชพรหมยาน หน้า 126-130

 

 

#แอดมิน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view