.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ทรงกำลังใจเป็นปกติ

ทรงกำลังใจเป็นปกติ

ทรงกำลังใจเป็นปกติ

   อาศัย พรหมวิหาร 4 ประการ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทจงอย่าทิ้ง มีความสำคัญมาก ขอย้อนอีกครั้งหนึ่งว่า พรหมวิหาร 4 มี 4 อย่าง

   1.เมตตา ความรัก

   2.กรุณา ความสงสาร

   3.มุทิตา มีจิตอ่อนโยน ไม่อิจฉาริษยาใคร เห็นใครได้ดี พลอยยินดีด้วย

   4.อุเบกขา วางเฉย เห็นเขามีทุกข์ เราช่วยไม่ไหว เราก็ไม่ซ้ำเติม

   กำลังใจพยายามทำไว้อย่างนี้เป็นปกติ การมี เมตตา ความรัก ก็หมายความว่า เวลาก่อนหน้าเจริญกรรมฐาน ให้ระงับกำลังใจว่าบุคคลใดที่เป็นศัตรู เวลานี้เว้นจากการเป็นศัตรูกัน เอาเฉพาะเวลาใหม่ๆ เอาตลอดกาลตลอดสมัยไม่ได้ เฉพาะเวลาที่เราเจริญกรรมฐาน เราเว้นจากการเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน

   ขอแผ่เมตตาจิตไปในจักรวาลทั้งปวง

   จะเป็นคนก็ดี เป็นสัตว์ก็ดี ในโลกนี้ทั้งหมด เราจะเป็นมิตรที่ดีของเขา เราจะไม่เป็นศัตรูกับใคร เราจะมีความสงสาร ปรารถนาให้เขามีความสุข ถ้าเราได้ดี เราไม่อิจฉาริษยาเขา พลอยยินดีด้วย ถ้าบุคคลใดเพลี่ยงพล้ำมีความทุกข์ เราช่วยไม่ได้ เราไม่ซ้ำเติม ตั้งใจอย่างนี้ให้จิตเป็นสุข ยังไม่ภาวนาเลยก็ได้ เอาจิตรู้ลมหายใจเข้าออกด้วย เพราะลมหายใจเข้าออกทำให้จิตมีสมาธิง่ายในการทรงตัวดี

   และใคร่ครวญในพรหมวิหาร 4 ถ้าบังเอิญจะใคร่ครวญอยู่ ก่อนจะหมดเวลานั่ง เวลาที่เราจะนั่งมันทรมานไม่ไหว มันจะเลิกก็ดี ถ้าถามว่า “ไม่ภานาเลยจะได้บุญไหม” ก็ต้องตอบว่า การรู้ลมหายใจเข้าออกเป็นบุญอยู่แล้ว

   การใช้พรหมวิหาร 4 เป็นพื้นฐานของใจ เวลานั้นจิตว่างจากกิเลส ถือเป็นบุญใหญ่ เขาถือว่าเป็น ฌานในพรหมวิหาร 4 ถึงไม่ภาวนาเลยก็ใช้ได้ ถ้าทุกคนทรงพรหมวิหาร 4 อย่างนี้ ก็เป็นกำลังใจ วันละเล็กละน้อยก็ตาม ถ้าอย่างนี้ต่อไปจิตจะเริ่มเป็นสุข อารมณ์ความโกรธจะเบาบาง เพราะพรหมวิหาร 4 เป็นเครื่องทำลายความโกรธโดยตรง การที่จะตัดความโกรธได้ต้องมี พรหมวิหาร 4 เป็นพื้นฐาน

   เริ่มชนะ

   ในตอนแรกก็จะระงับได้ไม่นานไม่มากนัก ก็เป็นของธรรมดา ตั้งใจจะไม่โกรธ แต่ประเดี๋ยวมีคนขัดใจก็โกรธ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ต่อไปก็ใช้กำลังใจสบายๆ คิดว่า ต่อนี้ไปเราจะไม่โกรธใคร ต่อมาไปกระทบกระทั่งเข้าก็โกรธใหม่ ถือเป็นเรื่องธรรมดา นานๆเข้าการระงับใจจะมีความเคยชิน

   ต่อไปความโกรธจะเบา ความกระทบกระทั่งเคยโกรธรุนแรง กระทบแบบนี้เคยโกรธรุนแรง แต่เวลานี้เบาลงไป ชื่อว่า เวลานี้เราชนะ

   ต่อไปความโกรธยังทรงอยู่ แต่หายเร็วขึ้น นี่เริ่มชนะมากขึ้นมา ในที่สุดถึงขนาดว่า เขาว่ามา 2-3 วัน จึงรู้ว่าเขาว่าจึงได้โกรธ อย่างนี้เบามากขึ้น

   ก็รวมความว่า อารมณ์ของความโกรธ นี่ถ้าเราจะตัดได้จริงๆ ต้องเป็นพระอนาคามี อย่างพระโสดาบัน กับ พระสกิทาคามี ท่านยังมีความโกรธ แต่ไม่มีความพยาบาท

   เอาล่ะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ต่อไปนี้ก่อนที่ท่านทั้งหลายจะสมาทานพระกรรมฐาน ขอแนะนำไว้ก่อนเวลาเจริญพระกรรมฐาน อันดับแรก ให้รู้ลมหายใจเข้าออกก่อน แล้วหลังจากนั้นก่อนภาวนาใช้ พรหมวิหาร 4 เป็นพื้นฐาน พรหมวิหาร 4 ควรใช้ทุกวัน

   ตั้งใจใคร่ครวญว่า คนและสัตว์ทั้งโลก เราจะเป็นมิตรที่ดีของเขาทั้งหมด จะไม่เป็นศัตรูกับใคร ทำกำลังใจให้รู้สึกว่า การเป็นศัตรูกันมีแต่ความเร้าร้อน ไม่มีความสุข เป็นมิตรกันดีกว่า และเราจะมีความสงสาร ปรารถนาจะเกื้อกูลให้เขามีความสุข ถ้าใครได้ดี ไม่อิจฉาริษยาเขา พลอยยินดีไปด้วย ถ้าใครเพลี่ยงพล้ำไม่ซ้ำเติม วางเฉย

  

   คัดลอกจากหนังสือ ธัมมวิโมกข์ ฉบับเดือน เมษายน 2560

   หน้า 59-60





   #แอดมิน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view