.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

สมาธิ

สมาธิ

สมาธิ

   ฝึกภาวนาเข้าไว้

   องค์สมเด็จพระจอมไตรทรงให้ภาวนา นึกถึงความดีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปฏิบัติมาเป็นต้น อันนี้องค์สมเด็จพระทศพลให้ทรงฝึกไว้เพื่อเป็นการฝึกสติสัมปชัญญะ เป็นการทรงสติสัมปชัญญะเพื่อไม่ให้ลืมในขณะที่เรากำลังจะตาย

   ถ้าเราฝึกภาวนาเข้าไว้อารมณ์จิตจะชินในด้านของกุศล ขณะนั้นถ้าจิตของเรานึกถึงกุศลส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือคำภาวนาว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วก็ตาย อบายภูมิไม่มีสำหรับเรา มีที่ไปอย่างเลวเราก็เป็นมนุษย์ชั้นดี มิเช่นนั้นก็เป็นเทวดาหรือไม่ก็เป็นพรหม ถ้าบทใดที่เราภาวนาไว้จนขึ้นใจ ต่อไปถ้าไปพบองค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ ท่านจะเทศน์อานิสงส์ของบทนั้นให้เราฟังเพียงจบเดียว ก็ได้บรรลุอรหัตผลเข้าถึงพระนิพพาน นี่ก่อนที่เราจะตายตั้งใจไว้ว่า เราตายแล้วเราจะไม่เป็นผู้ลำบาก พอตายแล้วจะเป็นผู้ไม่มีความทุกข์ เราจะมีความสุขพอสมควร แม้แต่ว่าเราจะยังไม่เข้าถึงพระนิพพานเพียงใดก็ตามที

    พยายามกำจัดนิวรณ์

   สมาธินี่เราจะแพ้หรือชนะสมาธิ ก็อยู่ที่นิวรณ์ ถ้าขณะใดนิวรณ์กวนใจ ขณะนั้นสมาธิไม่เกิด เวลาที่ญาติโยมพุทธบริษัทจะทำสมาธิ ต้องพยายามกำจัดนิวรณ์ ให้พ้นไปจากใจเฉพาะเวลานั้น

   ความจริงนิวรณ์นี่ เราฆ่ามันไม่ตาย ถ้าเราไม่ใช่พระอริยเจ้าเบื้องสูง พระอริยเจ้าเบื้องสูงขั้นอนาคามีก็ฆ่าได้แค่ สองตัว จะฆ่าหมด 5 ตัว ก็ต่อเมื่อเป็นพระอรหันต์ ฉะนั้นในเมื่อเรายังไม่เป็นพระอนาคามี หรือยังไม่เป็นพระอรหันต์ ก็แค่ระงับหรือหลบหน้ามันชั่วคราว

   วิธีสังเกตจิตเป็นสมาธิไหม

   สังเกตตามนี้ ว่าเวลานี้เรารู้ลมหายใจเข้าหายใจออกหรือเปล่า ถ้าขณะใดที่จิตรู้ลมหายใจเข้า รู้ลมหายใจออกเวลานั้นจิตเป็นสมาธิ หรือว่าเวลานั้นเรารู้คำภาวนาหรือเปล่า ถ้าเราภาวนาอยู่เราภาวนาว่าอย่างไร คำภาวนาทรงตัวไหม ถ้าทรงตัวตามนั้น เวลาจิตเป็นสมาธิใหม่ๆ ก็สู้กันไปสู้กันมา เอาแน่เอานอนนักไม่ได้

   ใจเราตั้งเพื่อไปทางไหน

   นี่ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านจำตรงนี้ไว้ว่า พระพุทธเจ้าบอกไว้เลยว่าบุคคลใดสามารถทำจิตให้ว่างจากกิเลสวันหนึ่ง 24 ชั่วโมง มันว่างแค่ชั่วขณะจิตเดียว นาทีหรือสองนาที ท่านชมว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีจิตไม่ว่างจากฌาน และคนที่มีจิตไม่ว่างจากฌานมีผลไปไหน ถ้าฌานขั้นต่ำ คำว่า “ฌาน” นี่จะเกิดในกามาวจรสวรรค์ไม่ได้ ถ้าได้ฌานขั้นต่ำก็ไปเป็นพรหม ถ้าหากว่า ฌานขั้นสูง ถ้าจิตว่างเฉพาะว่างจริงๆ มันว่างวันละเล็กละน้อย เวลาที่ป่วยไข้ไม่สบายหนักเข้ามาจริงๆ ก็จะปรากฏว่าจิตใจของบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิงจะว่างจากกิเลสมากขึ้น เพราะความดีที่สะสมไว้วันละเล็กวันละน้อย มันจะเข้าไปรวมตัวในขณะที่เราใกล้จะตาย เวลานั้นจิตใจจะผ่องใส จิตใจจะขาดจากความวุ่นวาย จะมีแต่ความสุข

   ตอนนี้แหละถ้าตายไปเวลานั้น ใจของเราตั้งตรงเพื่อไปทางไหน ตั้งเพื่อไปสวรรค์มันก็ไปสวรรค์ ถ้าตั้งเพื่อจะไปพรหมโลกมันก็ไปพรหมโลก ตั้งใจนึกว่าจะไปนิพพานก็ไปนิพพาน

   วิธีที่ทำให้จิตว่างจากกิเลส

   แต่ความจริงถ้าเข้าใจแล้วเป็นของไม่ยาก ถ้าจะจิตว่างจากกิเลสก็ถืออารมณ์ของพระพุทธเจ้า อันดับแรกทำศีลให้บริสุทธิ์ก่อน ทั้งวันเราอาจบกพร่องบ้างในเรื่องของศีล เพื่อความมั่นใจ สมาทานศีลเสร็จ ก็เริ่มกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่าหายใจเข้า เวลาหายใจออกรู้อยู่ว่าหายใจออก และหลังจากนั้นก็ภาวนาตาม

   สำหรับสุกขวิปัสสโกไม่จำกัดคำภาวนาในเบื้องต้น แต่ว่าถ้าหากปฏิบัติไปเพื่อเข้ากองทำลายกิเลสโดยเฉพาะ นี่เขาจำกัดคำภาวนา เอาเฉพาะเบื้องต้นก่อน เบื้องต้นเราจะภาวนาว่าอย่างไรก็ได้ ท่านที่ชอบพุทโธ ก็ว่าพุทโธ ท่านที่ชอบสัมมาอรหัง ก็วว่า สัมมาอรหัง ท่านที่ชอบนะมะพะทะ ก็ว่านะมะพะทะ หรือยุบหนอพองหนองง อย่างนี้ได้ทั้งหมด

   ถ้าจิตรู้ลมหายใจเข้าออกก็ดี รู้คำภาวนาก็ดีโดยไม่คิดเรื่องอื่น เวลานั้นเชื่อว่าจิตว่างจากกิเลส ไม่ยากนะ ยากไหม

   ถ้าขณะใด จิตรู้เฉพาะลมหายใจเข้าออกจริงๆ หายใจเข้าก็รู้ตาม หายใจออกก็รู้ตาม และรู้คำภาวนาไปด้วย เวลานั้นจิตไม่คิดถึงอารมณ์ของกิเลสแม้แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ขณะนั้นชื่อว่า จิตว่างจากกิเลส ถ้าทำได้อย่างนี้ ครั้งหนึ่ง ชั่วขณะจิตหนึ่ง พระพุทธเจ้าถือว่า เป็นผู้มีจิตไม่ว่างจากฌาน

 

 คัดลอกจากหนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับเดือน กรกฎาคม 2560 หน้า 43-45

#แอดมิน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view