.
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เกิดแล้วทำไมต้องตาย

เกิดแล้วทำไมต้องตาย

เกิดแล้วทำไมต้องตาย

   “เกิดมาแล้วทำไมจึงต้องตายครับ”

   เพราะอยากตาย ไอ้คนอยากเกิดก็อยากตายด้วย ใช่ไหม เกิดแล้วมันก็ต้องตาย เพราะธรรมดาเราฝืนมันไม่ได้ ทีนี้ถ้าเราไม่ต้องการตาย เราก็ไม่ต้องการเกิด

  

   “ที่นิพพานไม่มีการเกิดใช่ไหมครับ จึงไม่มีการตาย”

   อันนี้เคยมีพระหรือพราหมณ์ถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า นิพพานจะไม่มีการเกิดก็ไม่ใช่ จะเรียกว่าการเกิดก็ไม่ได้ ถ้าเรียกว่าเกิดก็ต้องตาย ถ้าจะว่าไม่เกิด แต่สภาวะมันมีอยู่ ตอนแรกฉันอ่านแล้วไม่เข้าใจ เลยย่องไปถามพระ ฉะนั้น นิพพานควรเรียกว่าอะไร ท่านบอกว่าควรจะเรียกทิพย์พิเศษที่ไม่มีการเคลื่อนที่ ไอ้ศัพท์คำว่าตายนี่ พระพุทธเจ้าท่านไม่เรียก ท่านเรียกกาลังกัตวา ถึงวาระแล้ว ถึงกาลเวลาแล้ว ท่านไม่เรียกว่าตาย ตายนี่มรณะ ตามคำของภาษาบาลีไม่มีคำว่ามรณะ ไม่ใช้ศัพท์มรณะ ท่านเรียก กาลังกัตวา แปลว่าถึงวาระที่จะต้องไปจากร่างกายนี้ ร่างกายนี้มันพัง มันไม่ยอมทำงาน

 

   “ขอหลวงพ่อโปรดอธิบายเรื่องนิพพานให้ผมเข้าใจด้วยครับ”

   คำว่านิพพานหรอ คุณต้องการรู้เรื่องนิพพานไปทำไม

 

   “เอาไว้ประดับความรู้ครับ”

   เอาไว้ประดับความรู้ ดี คำว่านิพพานเป็นของง่าย เป็นของไม่ยาก นิพพานนี่เขาแปลว่า ดับ นะ ถ้าจะถามว่าดับอะไร ก็ขอตอบว่า ดับความชั่ว คนที่จะถึงนิพพานได้ต้องไม่มีความชั่ว 3 อย่างคือ

   1.ไม่ชั่วทางกาย

   2.ไม่ชั่วทางวาจา

   3.ไม่ชั่วทางใจ

   ถ้าทุกคนดับความชั่วได้หมด บุคคลนั้นก็ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน

   “แต่ผมเคยได้ยินว่า นิพพาน แปลว่าดับไปเลย ไม่เหลืออะไรเลยนี่ครับ”

   ความจริงคุณจะต้องรู้นะ ว่าอะไรดับ คำว่านิพพานแปลว่าดับ ดับทีแรกคือ ดับกิเลส ดับที่สองคือ ดับขันธ์ 5 แต่ว่าตามพระบาลีไม่ได้ว่าจิตดับ ปัญหาของคุณที่ถามนี่ เหมือนกับปัญหาของพระที่เคยถามพระพุทธเจ้ามาแล้ว คือท่านผู้นั้นมีนามว่า พระโมกขราช พระโมกขราชถามพระพุทธเจ้าว่า

 

   “นิพพานมีสภาพสูญใช่ไหม พระพุทธเจ้าข้า”

   หมายความว่า เมื่อถึงนิพพานแล้วก็ดับสูญ มีสภาพคล้ายกับควันไฟที่ลอยไปในอากาศไม่มีที่เกาะ ไม่มีที่อยู่ อย่างนั้น

   องค์สมเด็จพระบรมครูตรัสว่า

   “โมกขราช เรากล่าวว่านิพพานนั้น หมายถึงกิเลสดับและขันธ์ 5 ดับ”

 

   พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าจิตดับ ทีนี้หากว่าคุณจะศึกษาเรื่องนิพพาน ถ้าเราจะพูดกันกี่ร้อยปีมันก็ไม่จบ ถ้าต้องการจะรู้เรื่องนิพพานจริงๆ คุณจะต้องมีศีล 5 บริสุทธิ์ เป็นอันดับแรก เป็นผู้ทรงฌานสมาบัติ ในขณะที่ทรงฌานสมาบัติได้แล้ว คุณจะต้องทำจิตของตนให้เข้าถึงซึ่งทิพจักขุญาณ

   เมื่อได้ทิพจักขุญาณแล้ว จะต้องทำจิตของตนให้เข้าถึงวิปัสสนาญาณ ที่เรียกกันว่า สังขารุเบกขาญาณ

   เมื่อจิตเข้าถึงสังขารุเบกขาญาณแล้ว ก็ต้องชำระกิเลส ด้วยการตัดสังโยชน์ 3 เบื้องต้น คือ

   1.ทำลายสักกายทิฏฐิ

   2.ทำลายวิจิกิจฉา คือความสงสัยให้หมดไป

   3.สีลัพพตปรามาส ทรงศีลให้บริสุทธิ์

   4.มีอารมณ์จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ ที่เราเรียกกันว่า โคตรภูญาณ

   ถ้ากำลังใจของคุณทำได้อย่างนี้ เมื่อจิตเข้าถึงโคตรภูญาณ คุณจะทราบว่า คำว่าดับของนิพพานนั้นก็คือ

   1.ดับกิเลสในขณะที่มีชีวิตอยู่

   2.ดับขันธ์ 5 หรือขันธ์ 5 ดับ

   3.อารมณ์จิตที่บริสุทธิ์ไม่ได้ดับไปด้วย

 

   คำว่าพระนิพพานยังมีจุดที่เป็นที่อยู่อีกอันหนึ่ง ที่เขาเรียกว่าเป็นทิพย์พิเศษ พ้นจากอำนาจของวัฏฏะ คุณทำได้ไหมล่ะ

 

   “ทำไม่ได้ครับ”

   ทำไม่ได้ แล้วถามทำไม

   “ถามไว้เพื่อเป็นการศึกษาครับ”

   ดี ถามไว้เพื่อเป็นการศึกษา แต่ว่าคุณอย่าลืมนะ เพราะคำว่านิพพาน สมัยนี้เป็นของไม่ยากสำหรับประชาชนแล้วนะ บรรดาบุคคลทั้งหลายที่อยู่ในวัยเรียนขั้นเด็ก คือ ชั้นประถมก็ดี ชั้นมัธยมก็ดี และนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ดี เขาได้ญาณประเภทนี้กันเยอะแล้ว และเข้าใจเรื่องพระนิพพานดี

   “กระผมอยากทราบว่า คนเราเกิดมาเพราะอะไรครับ”

   ก็เพราะกิเลส ตัณหา อุปาทานและอกุศลกรรม

   กิเลส แปลว่า ความเศร้าหมองของจิต ถ้าแปลเป็นภาษาไทยชัดๆ เขาแปลว่าจิตเลว

   ตัณหา แปลว่า ความทะยานอยาก เมื่ออารมณ์มันคิดเลว ก็อยากได้ในสิ่งที่เป็นความเลว  

   อุปาทาน แปลว่า ความยึดมั่น ยึดมั่นว่าสิ่งที่เราได้มา มันจะมีการทรงตัวอยู่กับเราตลอดกาล ตลอดสมัย

   อกุศลกรรม แปลว่า ความโง่ เห็นของเลวเป็นของดี

   เกิดมาแล้วเราต้องมีภาระทุกอย่าง มีการงานทุกอย่าง แล้วร่างกายมันก็ไม่ทรงตัว เราลืมคิดกัน

   เกิดเป็นมนุษย์นี่ดีนะ แต่เกิดเป็นคนนี้ไม่ดี  มนุษย์เขาแปลว่าใจสูง ถ้าเป็นมนุษย์จริงๆ เขาต้องมีกรรมบถ 10 ครบถ้วน หรือว่าศีล 5 ครบถ้วน คนเขาแปลว่ายุ่ง คุณเป็นคนหรือเป็นมนุษย์ล่ะ

 

   “เป็นมนุษย์ครับ”

บางวันก็เป็นมนุษย์ บางวันก็เป็นคน ใช่ไหมคุณ เป็นมนุษย์หรือเป็นหมานุษย์ ถ้าฉันพูดแบบสุพรรณละก้อ หมานุษย์เคยไปเที่ยวสุพรรณฯ เห็นเด็กสาวคนหนึ่งมาที่วัด ถามว่าไอ้หนู มากับใคร เด็กมันตอบว่า มากันหมดเจ้าค่ะ พ่อก็หมา แม่ก็หมา ฉันก็หมาด้วย หมากันหมดบ้านเลยเจ้าค่ะ เป็นอันว่าวันนั้นไม่มีคน มีแต่หมา(หัวเราะ)

   “หลวงพ่อครับ จะทำความดีอย่างไร ถึงจะได้เป็นมนุษย์ครับ”

   คุณธรรมที่จะสร้างให้คนเป็นมนุษย์มันมี ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ธรรมที่จะทำให้เกิดเป็นมนุษย์ก็ได้แก่ศีล หรือว่ากรรมบถ 10 และก็ต้องมีหิริ ความละอายต่อบาป โอตตัปปะ ความเกรงกลังผลของความชั่ว คุณธรรมเหล่านี้ ถ้ามีแก่บุคคลใด คนผู้นั้นถ้าตายจากคน ก็ไปเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา

   “กระผมอยากทราบว่า พระโสดาบันกับพระอรหันต์นั้น เขาใช้เครื่องวัดกันอย่างไรครับ”

   เขาใช้หลักกิโลเมตรเป็นเครื่องวัด อ้าว ! จริงๆ คือว่าการปฏิบัติให้เป็นพระอริยะ คือตั้งแต่พระโสดาบันถึงพระอรหันต์นี่นะ ถ้าถึงพระโสดาบันมันยาว 3 กิโลเมตร ถ้าถึงพระอรหันต์ก็ยาว 10 กิโลเมตร เอ๊ะ! แย่ไหม คุณถามเครื่องวัดนี่ แต่ว่าเครื่องวัดในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเอาเชือกไปวัด หรือเอาอะไรเข้าไปวัด ต้องวัดด้วยคุณธรรมที่ละ

   เครื่องมือวัดมีอย่างนี้ คือว่า พระโสดาบัน กับพระสกิทาคามี จะต้องละความชั่ว 3 อย่าง

   คือ สักกายทิฏิฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

   สำหรับ สักกายทิฏฐิ พระโสดาบันกับพระสกิทาคามี จะมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า เราเกิดมาเพื่อตาย จะไม่มีความประมาทในชีวิต จะคิดทำความดีอยู่เสมอ

   วิจิกิจฉา ไม่สงสัยในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า โดยใช้ปัญญาพิจารณา

   และประการที่ 3 มีศีล 5 บริสุทธิ์

   นี่เขาเรียกกันว่าพระโสดาบันหรือพระสกิทาคามี สำหรับพระอรหันต์จะต้องละกิเลส 10 ข้อ คือต่อไปอีก 7 ข้อ ได้แก่

   ละ กามราคะ คือ ไม่ยินดีในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ

   ละ ปฏิฆะ คือ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความพยาบาท

   ละ รูปราคะ ไม่ติดอยู่ในรูปฌาน

   ละ อรูปราคะ ไม่ติดอยู่ในอรูปฌาน

   ละ มานะ ไม่ถือตัว ถือตน

   ละ อุทธัจจะ ไม่มีอารมณ์ฟุ้งซ่าน

   ละ อวิชชา ตัดความโง่ทิ้งไปให้หมด

   รวมเป็น 10 อย่าง ถ้าตัดได้ทั้ง 10 อย่างนี้ เป็นพระอรหันต์ นี่เป็นเครื่องวัด



คัดลอกจากหนังสือ ธรรมปฏิบัติ 44 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน หน้า 28-34  





#แอดมิน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view